Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2450/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจะเรียกเงินค่าหุ้นซึ่งยังจะต้องส่งอีกในแต่ละคราวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1120,1121นั้นเป็นดุลพินิจของกรรมการที่จะเรียกจากผู้ถือหุ้นเมื่อใดเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้ตราบเท่าที่บริษัทยังคงดำรงอยู่หาต้องเรียกภายใน10ปีนับแต่วันจดทะเบียนบริษัทไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดี สืบเนื่อง จาก เมื่อ ศาลชั้นต้น มี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยเด็ดขาด แล้ว ผู้คัดค้าน มี หนังสือ ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2534 ยืนยันให้ ผู้ร้อง ชำระ ค่าหุ้น ที่ ผู้ร้อง ค้างชำระ จำเลย อยู่ จำนวน 360,750 บาทพร้อม ดอกเบี้ย ใน อัตรา ร้อยละ 7.5 ต่อ ปี นับแต่ วันที่ 24 มกราคม 2534เป็นต้น ไป จนกว่า จะ ชำระ เสร็จผู้ร้อง ยื่น คำร้อง ว่า ผู้ร้อง ลงชื่อ ถือ หุ้น จำนวน 481 หุ้นใน บริษัท จำเลย แทน นาง เสาวคนธ์ ครจำนงค์หรือฤทธิเดช ตาม คำขอ ร้อง ของ นาย วิฑูรย์ ครจำนงค์ ต่อมา เมื่อ ปี 2525 ได้ มี การ จดทะเบียน เปลี่ยนแปลง ให้ ผู้ร้อง พ้น จาก การ เป็น ผู้ถือหุ้น ของ บริษัท จำเลย แล้วนอกจาก นี้ ค่าหุ้น ที่ ค้างชำระ

ดังกล่าว เกิดขึ้น ตั้งแต่ ปี 2519สิทธิเรียกร้อง ให้ ชำระ ค่าหุ้น ขาดอายุความ แล้ว ขอให้ มี คำสั่งยกคำสั่ง ยืนยัน หนี้ ของ ผู้คัดค้านผู้คัดค้าน ยื่น คำคัดค้าน ว่า ตาม หลักฐาน ทาง ทะเบียน ปรากฏว่าผู้ร้อง ถือ หุ้น ใน บริษัท จำเลย อยู่ จำนวน 481 หุ้น มูลค่า หุ้น ละ1,000 บาท ชำระ ค่าหุ้น แล้ว หุ้น ละ 250 บาท ไม่ปรากฏ หลักฐาน ว่าผู้ร้อง ถือ หุ้น แทน นาง เสาวคนธ์ ผู้คัดค้าน มี หนังสือ ทวง หนี้ ไป ยัง ผู้ร้อง เมื่อ วันที่ 8 มกราคม 2534 สิทธิเรียกร้อง ให้ ชำระ ค่าหุ้นจึง ยัง ไม่ขาดอายุความศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ให้ยก คำร้องผู้ร้อง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนผู้ร้อง ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "ข้อเท็จจริง ซึ่ง

ไม่โต้แย้ง กัน รับฟังได้ ใน เบื้องต้น ว่า จำเลย เป็น นิติบุคคล ประเภท บริษัท จำกัด ทุน จดทะเบียน1,000,000 บาท แบ่ง ออก เป็น 1,000 หุ้น มูลค่า หุ้น ละ 1,000 บาทใน ชั้น ยื่น คำขอ จดทะเบียน บริษัท ผู้ถือหุ้น ได้ ใช้ เงินค่าหุ้น แล้วหุ้น ละ 250 บาท เฉพาะ ผู้ร้อง ถือ หุ้น อยู่ ใน บริษัท จำเลย จำนวน 481 หุ้นปรากฏ ตาม คำขอ จดทะเบียน บริษัท จำกัด และ บัญชี ราย ชื่อ ผู้ถือหุ้นเอกสาร หมาย ล. 2 และ ล. 1 ตามลำดับฎีกา ข้อ หลัง ของ ผู้ร้อง มี ว่า สิทธิเรียกร้อง ค่าหุ้น ของ บริษัทจำเลย เริ่ม ตั้งแต่ วัน จดทะเบียน บริษัท การ ที่ ไม่ เรียก ให้ ผู้ร้องชำระ ค่าหุ้น เป็น เวลา นาน ถึง 14 ปี คดี ขาดอายุความ แล้ว เห็นว่าตาม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1120 บัญญัติ ว่า "บรรดาเงิน หุ้น ซึ่ง ยัง จะ ต้อง ส่ง อีก นั้น กรรมการ จะ เรียก ให้ ผู้ถือหุ้นส่ง ใช้ เสีย เมื่อใด ก็ ได้ " และ มาตรา 1121 บัญญัติ ว่า "การ เรียกเงินค่าหุ้น แต่ละ คราว นั้น ท่าน บังคับ ว่า ให้ ส่ง คำบอกกล่าว ล่วงหน้าไม่ ต่ำกว่า ยี่สิบ เอ็ดวัน ด้วย จดหมาย ส่ง ลงทะเบียน ไปรษณีย์ และผู้ถือหุ้น ทุกคน จะ ต้อง ใช้ เงิน ตาม จำนวน ที่ เรียก นั้น สุด แต่ กรรมการจะ ได้ กำหนด ไป ว่า ให้ ส่ง ไป ยัง ผู้ใด ณ ที่ ใด และ เวลา ใด " เมื่อ พิจารณาบทบัญญัติ สอง มาตรา ดังกล่าว แล้ว จะ เห็น ได้ว่า การ ที่ จะ เรียกเงินค่าหุ้น ซึ่ง ยัง จะ ต้อง ส่ง อีก ใน แต่ละ คราว นั้น เป็น

ดุลพินิจ ของ กรรมการที่ จะ เรียก จาก ผู้ถือหุ้น เมื่อใด เป็น จำนวน เท่าใด ก็ ได้ ตราบ เท่าที่บริษัท ยัง คง ดำรง อยู่ หาใช่ ว่า ต้อง เรียก ภายใน กำหนด 10 ปี นับแต่วัน จดทะเบียน บริษัท ดัง ที่ ผู้ร้อง ฎีกา ไม่ คดี นี้ ข้อเท็จจริง ฟังได้ว่า กรรมการ บริษัท จำเลย ไม่เคย ส่ง คำบอกกล่าว เรียกเงิน ค่าหุ้นซึ่ง ยัง จะ ต้อง ส่ง อีก ไป ยัง ผู้ถือหุ้น ดังนั้น เมื่อ ศาล มี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ บริษัท จำเลย เด็ดขาด เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ จึงมีอำนาจ ตาม พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และ มาตรา 119เรียก ให้ ผู้ร้อง ซึ่ง เป็น ผู้ถือหุ้น ของ บริษัท จำเลย ชำระ เงินค่าหุ้นซึ่ง ยัง จะ ต้อง ส่ง อีก ทั้งหมด ได้ สิทธิเรียกร้อง ของ ผู้คัดค้าน จึงยัง ไม่ขาดอายุความ ฎีกา ของ ผู้ร้อง ฟังไม่ขึ้น แต่ ที่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตาม คำสั่ง ของ ศาลชั้นต้น ที่ ให้ยก คำร้องขอ งผู้ร้อง โดยมิได้ กำหนด ให้ ผู้ร้อง ชำระ เงินค่าหุ้น แก่ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ด้วย นั้น ยัง ไม่ถูกต้อง ตาม พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 119 วรรคสาม สมควร แก้ไข "

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ ผู้ร้อง ชำระ ค่าหุ้น จำนวน 360,750 บาทพร้อม ด้วย ดอกเบี้ย ใน อัตรา ร้อยละ 7.4 ต่อ ปี นับแต่ วันที่ 24 มกราคม2534 ไป จนกว่า จะ ชำระ เสร็จ แก่ ผู้คัดค้าน นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไปตาม คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิระ บุญพจนสุนทร · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2532

การที่จะเรียกเงินค่าหุ้นซึ่งยังจะต้องส่งอีกในแต่ละคราวนั้นเป็นดุลพินิจของกรรมการที่จะเรียกจากผู้ถือหุ้นเมื่อใด เป็นจำนวนเท่าใด ก็ได้ตราบเท่าที่บริษัทยังคงดำรงอยู่ หาใช่ว่าจะต้องเรียกภายในกำหนด 10 ปี น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6374/2552

แม้ผู้ถูกทวงหนี้มิได้ปฏิเสธหนี้เป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นหนี้เด็ดขาดตามกฎหมาย และต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นำสิทธิเรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5857/2549

โจทก์มีหน้าที่หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย เมื่อหักแล้วต้องนำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่จ่ายเงินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 52 และในการตรวจสอบการหักภาษี ณ ที่จ่าย นั้น เจ้าพนักงานประเมินอาจส่งหนังสือแจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7966/2544

เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว มีอำนาจเก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่จำเลยหรือซึ่งจำเลยมิสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นตาม พ.ร.บ. ล้มละลา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233/2543

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่าผู้ร้องเป็นหนี้ลูกหนี้แต่ผู้ร้องปฏิเสธหนี้ ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องจากบัญชีลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้