Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 96 เวลาใดไม่ปรากฎจำเลยตัดฟันชักลากและมีไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับไม้ของกลางได้เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 96 ดังนี้แม้ทางพิจารณาจะฟังว่าจับของกลางได้เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 96 ซึ่งผิดวันกันก็จริง แต่ข้อที่ผิดกันเช่นนี้ยังไม่เรียกว่า ข้อเท็จจริงตามทีปรากฎในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้องไม่ เพราะข้อที่ผิดกันนี้เป็นแต่เพียงรายละเอียดข้อปลีกย่อยเท่านั้น มิใช่ในข้ออันเป็นมูลฐานแห่งข้อกล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 13 ป.วิ.อ. มาตรา 192

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๙๖ เวลาใดไม่ปรากฎจำเลยตัดฟันชักลากไม้แดง ไม้รัง ไม้พยอม และแปรรูปไม้เหล่านั้น กับมีไม้หวงห้ามยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง ทั้งพิศูจน์ไม่ได้ว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และริบไม้ของกลาง จำเลยรับว่าได้ทำการแปรรูปไม้แดง ไม้พยอม ไม้รัง โดยมิได้รับอนุญาตจริง ไม้แดงนั้นนางสาวสังไวได้รับอนุญาตให้ตัดและมอบให้จำเลยตัด ไม้พยอมจำเลยได้รับอนุญาตให้ตัดฟันชักลาก จำเลยได้รับอนุญาตให้ตัดโดยยกเว้นค่าภาคหลวง ส่วนไม้แดงที่ยังมิได้แปรรูปเป็นของนางสาวสังไว ๒๖ ท่อน อีก ๕๒ ท่อนเป็นของใครไม่ทราบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๒๑,๔๘,๖๔,๗๓ . พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๖,๑๖,๑๗ พ.ร.บ.กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๓ ประกาศกฎกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตต์ควบคุมการแปรรูปไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ (ฉบับที่ ๔) กำหนดโทษจำคุกจำเลย ๑ เดือนปรับ ๔๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี และให้ริบไม้ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าใบอนุญาตตัดทำไม้หมาย จ.๖ ของจำเลยใช้ได้ตามกฎหมาย พิพากษาแก้ให้คือไม้รังแปรรูป๑๖ แผ่นกับ ๔๐ ท่อนแก่จำเลย นอกนั้นคงเดิม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ริบไม้รับแปรรูป ๑๖ แผ่นกับ ๔๐ ท่อนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคือแก่จำเลย

จำเลยฎีกาในปัญาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพะยานโจทก์ฟังได้ว่า เมื่อป่าไม้อำเภอไม่อยู่ผู้ช่วยก็ทำแทนได้ เอกสารหมาย จ.๖และสลักหลังต่อใบอนุญาตที่นายนิคมผู้ช่วยป่าไม้อำเภอสาเซ็นอนุญาตนั้นก็อาจใช้ได้เหมือนกัน เมื่อโจทก์มิได้สืบให้ได้ว่านายนิคมผู้ช่วยฯมิได้รับมอบหน้าที่ให้ทำแทนป่าไม้อำเภอและมิได้สืบว่านายนิคมกับจำเลยสมคบกันกระทำทุจจริตในการออกใบอนุญาตและสลักหลังต่อใบอนุญาต ดังนี้ต้องฟังว่าใบอนุญาตนี้ใช้ได้ เมื่อฟังว่าใช้ได้และไม้รายนี้เป็นไม้ที่ยกเว้นค่าภาคหลวงการแปรรูปไม้หรือมีไม้ไว้ก็ไม่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๓ จึงริบไม้ฉะเพาะจำนวนนี้ไม่ได้ ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า + ของโจทก์กล่าวว่าเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยของกลางวันที่ ๙ ก.ค. ๒๔๙๖ แต่โจทก์นำพะยานมาสืบและที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาตามท้องสำนวนเข้าใจว่าจับของกลางได้เมื่อวันที่ ๒ ก.ค. ๒๔๙๖ ซึ่งผิดวันกันจริง แต่ก็มิใช่กรณีข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องดังฎีกาจำเลย เพราะมิใช่ผิดกันในมูลฐานอันเป็นข้อกล่าวหาว่า จำเลยกระทำผิด หากแต่เป็นเรื่องผิดกันในรายละเอียดข้อปลีกย่อยเท่านั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดน่าน - นายถาวร อำพรสุต
ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ ปุษปาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้