Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2446/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีไม่มีการชี้สองสถาน คู่ความมีสิทธิขอแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การได้ก่อนวันนัดสืบพยาน คำขอท้ายฟ้องในส่วนแพ่งมี 2 ข้อ จำเลยฎีกาว่า คำขอท้ายฟ้องในส่วนแพ่ง โจทก์ไม่มีสิทธิขอมาในคดีนี้ และไม่เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา โดยจำเลยมิได้กล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกาว่าเป็นคำขอข้อใด ฎีกาดังนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลย่อมไม่วินิจฉัยให้ จำเลยที่ 1 ขายห้องแถวให้จำเลยที่ 3 โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการซื้อขายจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ห้องแถวยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้มีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีเอากับห้องแถวนั้นได้ ศาลจึงไม่ต้องวินิจฉัยว่า การซื้อขายนั้นเป็นการฉ้อฉลหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป โดยนำห้องแถวมาเป็นหลักประกันแล้วจำเลยที่ ๑ ไม่มีเงินชำระให้โจทก์ จึงมอบห้องแถวดังกล่าวให้โจทก์ยึดถือไว้จนกว่าจำเลยที่ ๑ จะหาเงินมาชำระให้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ โอนห้องแถวดังกล่าวให้จำเลยที่ ๒,๓ โดยเจตนามิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ ซึ่งจำเลยทั้งสามทราบเรื่องดีอยู่แล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐,๘๓ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์ และขอให้พิพากษาว่า การซื้อขายระหว่างจำเลยทั้งสามเป็นโมฆะ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมก่อนวันนัดสืบพยาน ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต จำเลยทั้งสามยื่นคำแถลงโต้แย้ง คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว จำเลยทั้งสามให้การแก้คำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์จริง โดยโจทก์ไม่คิดดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ โอนห้องแถวให้จำเลยที่ ๒ มิได้โอนให้จำเลยที่ ๓ การโอนห้องแถวกระทำโดยสุจริต มีค่าตอบแทน และได้ทำสัญญากันไว้เป็นหนังสือ ทั้งมิได้มีเจตนาเพื่อไม่ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และตัดฟ้องว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง และฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยไม่มีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการซื้อขายห้องแถวสมบูรณ์หรือไม่ เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีโจทก์ ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะ เพราะโจทก์คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ยกฟ้องโจทก์ในคดีส่วนอาญา สำหรับคดี ส่วนแพ่งให้จำเลยใช้ต้นเงินแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การซื้อขายห้องพิพาทเป็นการฉ้อฉล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ แต่การซื้อขายไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องเพิกถอน

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์เพิ่มเติมฟ้องนั้น ชอบแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า สัญญาซื้อขายห้องพิพาทไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ประทับฟ้องของโจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกจำเลย เมื่อจำเลยไปศาลและยื่นคำให้การแล้ว ศาลชั้นต้นได้นัดสืบพยานโจทก์โดยไม่ได้สั่งให้ชี้สองสถานก่อน คดีนี้จึงไม่มีการชี้สองสถาน คู่ความมีสิทธิขอแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การได้ก่อนวันนัดสืบพยาน และโจทก์ก็ได้ร้องขอแก้ไขคำฟ้องก่อนวันนัดสืบพยาน ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้องนั้นจึงชอบแล้ว ข้อที่จำเลยฎีกาว่าคำขอท้ายฟ้องในส่วนแพ่ง โจทก์ไม่มีสิทธิขอมาในคดีนี้ และไม่เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้น และขอให้ศาลพิพากษาว่าการซื้อขายห้องแถวเป็นโมฆะ แต่จำเลยมิได้กล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกาว่า คำขอท้ายฟ้องในส่วนแพ่งที่โจทก์ไม่มีสิทธิขอมาในคดีนี้เป็นคำขอข้อใด

ฎีกาจำเลยข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาย่อมไม่วินิจฉัยให้ สำหรับการซื้อขายห้องพิพาทนั้น เห็นว่าห้องพิพาทเป็นอสังหาริมทรัพย์ และจำเลยตกลงซื้อขายกันในฐานอสังหาริมทรัพย์ โดยจำเลยทำหนังสือสัญญาซื้อขายกันเอง มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การซื้อขายระหว่างจำเลยจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕๖ ห้องพิพาทยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ ซึ่งหากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้เงินกู้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ โจทก์ก็มีสิทธิร้องขอขอให้บังคับคดียึดห้องพิพาทมาขายเอาเงินชำระหนี้ได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า การซื้อขายห้องพิพาทระหว่างจำเลยได้กระทำลงทั้งรู้ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบตามมาตรา ๒๓๗ หรือไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน (มงคล วัลยะเพ็ชร์ วิทูร เทพพิทักษ์ ล้วน นิลกำแหง)()ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายอัมพันธ์ สุวรรณรัตน์ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ จีระมะกร

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2521/2559

การจะซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกฎหมายกำหนดรูปแบบและหลักฐานในการทำสัญญากันไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ว่า สัญญาจะขายหรือจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้มีหลักฐานเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5602/2558

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาจาก อ. และ อ. ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ถึงแม้การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และ อ. จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันมีผลให้การซื้อขา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7221/2552

คดีนี้โจทก์เบิกความว่า เมื่อทำสัญญาซื้อขายแล้ว อ. ได้ส่งมอบที่ดินกับบ้านพิพาทที่โจทก์ครอบครองอยู่ก่อนแล้วตามสัญญาเช่าให้โจทก์ครอบครองทำประโยชน์และโจทก์ก็ได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา แต่ข้อเท็จจริงได้คว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5658/2552

ที่ดินพิพาททั้งสี่แปลงที่จำเลยที่ 2 ได้มาเป็นทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างจำเลยที่ 2 กับโจทก์ โจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาททั้งสี่แปลงครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของจำเลยที่ 2 และเป็นสินสมรสระ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้