Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่บริษัท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

การที่บริษัทจำเลยที่ 3 ยอมให้จำเลยที่ 1 นำรถยนต์แท็กซี่ออกแล่นรับคนโดยสารในนามของจำเลยที่ 3 โดยเปิดเผยและเป็นที่เชื่อ ได้ว่าจำเลยที่ 3 จะต้องได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการอนุญาตให้ใช้ตรา บริษัท จำเลยที่ 3 ติดอยู่ที่ข้างรถดังกล่าวย่อมทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้ประกอบการเดิน รถยนต์รับจ้างนั้นในกิจการของจำเลยที่ 3 เอง การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นการเชิด จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทน จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตที่ได้รับความเสียหายจากผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1 เสมือนจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของตน.

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์แท็กซี่และจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ด้วยความประมาทชนกันเป็นเหตุให้รถยนต์แท็กซี่กระเด็นไปชนประตูห้างโจทก์เสียหายเป็นเงิน 41,500 บาท สินค้าภายในห้างเสียหายคิดเป็นเงิน 43,250 บาท ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดและเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์แท็กซี่คันดังกล่าวและเป็นนายจ้างจำเลยที่ 1 หรือยอมให้จำเลยที่ 1 เชิด จำเลยที่ 3 ออกเป็นนายจ้างซึ่งจำเลยที่ 1 กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ขอให้จำเลยทั้งสามรับผิดชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่าเหตุเกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 ไม่เคยยินยอมให้จำเลยที่ 1 เชิดตนเป็นนายจ้าง

จำเลยที่3 กระทำกิจการให้เช่ารถยนต์แท็กซี่อย่างทรัพย์สินที่เช่ากันทั่วไปเท่านั้น จำเลยที่ 3 ไม่มีหน้าที่ควบคุมคงได้แต่ค่าเช่าเป็นรายวันขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 84,750บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี และให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาทจำเลยที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์คนละ 1,000 บาท แทนโจทก์จำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เหตุคดีนี้เกิดจากจำเลยที่ 1ผู้ขับรถยนต์แท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน 1ท-8703 ซึ่งมีตราบริษัทจำเลยที่ 3 ปรากฏอยู่ที่ข้างรถ ขับรถออกจากข้างถนนด้านซ้ายเปลี่ยนช่องทางเดินรถมาทางขวาตัดหน้ารถยนต์ซูบารุซึ่งจำเลยที่ 2 ขับมาด้วยความเร็วสูงและเมาสุราจึงเกิดชนกันขึ้น

การกระทำของจำเลยที่ 1และที่ 2 เป็นการขับรถด้วยความประมาททั้งสองฝ่าย หลังชนกันแล้วรถยนต์ซูบารุเบนไปชนเกาะกลางยางหน้าแตกทั้งสองข้าง ส่วนรถแท็กซี่ที่จำเลยที่ 1 ขับกระเด็นไปทางซ้ายขึ้นไปบนทางเท้าริมถนนพุ่งเข้าชนประตูห้างโจทก์ทำให้ประตูและสินค้าภายในห้างของโจทก์เสียหายคิดเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 84,750 บาท จำเลยที่ 3 เป็นบริษัทจำกัดมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการขนส่งทางบกและเดินรถยนต์รับจ้างโดยสารใช้รถยนต์สี่ล้อไม่เกิน 7 คน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "...เมื่อจำเลยที่ 2 ยอมให้มีการนำรถยนต์แท็กซี่คันเกิดเหตุออกแล่นรับคนโดยสารในนามของบริษัทจำเลยที่ 3 โดยเปิดเผยและเป็นที่เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 3 จะต้องได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการอนุญาตให้ใช้ตราบริษัทจำเลยที่ 3 ติดอยู่ที่ข้างรถเพราะคงไม่มีบริษัทใดยอมให้นำตราของบริษัทไปใช้ในกิจการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทได้ตามชอบใจ

บุคคลทั่วไปย่อมเข้าใจว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้ประกอบการเดินรถยนต์รับจ้างโดยสารในกิจการของจำเลยที่ 3 เอง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ได้เชิดจำเลยที่ 4 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนจำเลยที่ 1เป็นตัวแทนของตน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4771/2533

จำเลยที่ 2 เป็นบริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร โดยใช้รถยนต์สี่ล้อรับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้ไม่เกินเจ็ดคนในท้องที่จังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2563

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคดีส่วนแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีส่วนอาญาฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ดังนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2563

จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่ มีรถแท็กซี่ให้เช่ามากถึง 60 คัน จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่รายใหญ่ จำเลยที่ 2 เช่าซื้อรถแท็กซี่คันเกิดเหตุจากโจทก์ซึ่งจดทะเบียนประเภทรถยนต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12849/2558

จำเลยที่ 2 เจ้าของอาคารศูนย์การค้า ซ. จัดลานจอดรถเพื่อให้บริการแก่ร้านค้าที่มาเช่าพื้นที่และลูกค้าของร้านค้าเพื่อจอดรถยนต์ขณะเข้าไปใช้บริการยังร้านค้าที่เช่าพื้นที่ในอาคารศูนย์การค้าและมอบให้บริษัท น.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5896/2558

สัญญาเช่าข้อ 7 ระบุว่า สมาชิกต้องไม่นำรถยนต์ไปให้ผู้อื่นขับขี่เป็นอันขาด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ทราบแต่แรกว่าไม่สามารถนำรถของตนให้ผู้อื่นหรือจำเลยที่ 1 เช่า สัญญาดังกล่าวนี้จึงเป็นการทำขึ้นเพื่อใช้เป็นหลัก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้