Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ประกอบธุรกิจเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ในรูปบริษัทมหาชน จำกัด โดยไม่ได้รับความเห็นชอบและไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินทุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 ความผิดของจำเลยที่ 1เกิดขึ้นเนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว ฉะนั้นของกลางซึ่งเป็นสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาให้กู้ยืมเงินสมุดบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ไม่ใช่ของที่ใช้ในการกระทำความผิดจึงริบไม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 33 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกกับพวกได้ร่วมกันประกอบธุรกิจเงินทุนเพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจัดตั้งในรูปบริษัทมหาชน จำกัด และไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินทุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพนักงานเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไปตรวจค้นยึดสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาให้กู้ยืมเงิน สมุดบัญชี และเอกสารต่าง ๆ จำนวนมากที่สำนักงานของจำเลยเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๘, ๑๑, ๗๑, ๗๘, พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประคองธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๖๙ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓ ริบเอกสารของกลาง

จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๘, ๑๑, ๗๑, ๗๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ปรับจำเลยที่ ๑ จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ให้จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง ปรับจำเลยที่ ๑ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ คนละ ๑ ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎกมายอาญา มาตรา ๖๙ ของกลางริบ

จำเลยทั้งหกอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งหกฎีกา โดยมีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาอนุญาตให้ฏีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฏีกาวินิจฉัยในเรื่องของกลางง่า ที่จำเลยที่ ๑ ฏีกาว่า ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้ริบเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ความผิดคดีนี้เกิดขึ้นเนื่องมากจากจำเลยที่ ๑ ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามคำฟ้อง เพราะฉะนั้นของกลางซึ่งเป็นสัญญากู้ยืมเงินสัญญาให้กู้ยืมเงิน สมุดบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ไม่ใช่ของที่ใช้ในการกระทำผิดจึงริบไม่ได้ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ในข้อนี้ฟังขึ้น และเห็นว่ากรณ๊มีเหตุสมควรให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ได้มีโอกาสกลับตัว ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษให้จำเลยดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยแต่เห็นสมควรปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง ฏีกาของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ในข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ คนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงปรับคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙, ๓๐ ของกลางไม่ริบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายสุเมธ ตังคจิวางกูร
ศาลอุทธรณ์ - นายเริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 719/2568

การที่จำเลยใช้รถยนต์เก๋งของกลางไปจอดรอบนดอยผาหมี ซึ่งเป็นภูเขาและเป็นแนวชายแดนของราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แล้วรับคนต่างด้าวที่เพิ่งเดินลัดเลาะมาจากภูเขาฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4049/2566

จำเลยทั้งหกใช้รถยนต์ของกลาง 4 คัน พาคนต่างด้าว 47 คน ที่ลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยไปส่งยังจุดหมายปลายทางที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จึงเป็นการใช้รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะให้คนต่างด้าวนั่งโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2951/2566

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองร่วมกันมียาแก้ไอซึ่งมีส่วนผสมของไดเฟนไฮดรามีนและคลอร์เฟนิรามีน มาลีเอต อันเป็นยาแผนปัจจุบันชนิดยาอันตรายจำพวกฮิสตามีนและแอนติฮิสตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1978/2566

การขับรถกระบะบรรทุกของกลางที่มีการทำหลังคาฝาปิดด้านข้างและด้านท้ายจากจังหวัดกาญจนบุรีไปจังหวัดสมุทรปราการมีระยะทางไกลเกินกว่าจะเดินไปได้เอง จำเลยจำเป็นต้องใช้รถของกลางเป็นยานพาหนะพาคนต่างด้าวเดินทางไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2566

ทรัพย์สินที่ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) ได้นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดในข้อหาความผิดที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยนั้นโดยตรง กรณีที่จำเลยใช้รถย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้