Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2426/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม หากโจทก์เห็นว่าข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนทำให้คำพิพากษาตามยอมไม่ชอบ โจทก์สามารถอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 138 (3) โดยโจทก์ต้องอุทธรณ์ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาตามยอมให้คู่ความฟัง คือภายใน 7 มีนาคม 2545 ตามมาตรา 229 แต่โจทก์หาได้อุทธรณ์ไม่ กลับยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2545 โดยไม่มีบทกฎหมายใดให้โจทก์กระทำเช่นนั้นได้ การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ไว้วินิจฉัยด้วยเหตุดังกล่าวจึงชอบแล้ว เพราะกรณีของโจทก์เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่โจทก์ขอ มิใช่เป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมตามข้อยกเว้นของมาตรา 138 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้โจทก์หรือตัวแทนโจทก์กับจำเลยทั้งสองหรือตัวแทนจำเลยทั้งสองจะไปดำเนินการจดทะเบียนผู้จัดการมรดก นางแสง นามะสนธิหรือคุณหญิงแสง ศรีสรราช ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2545 พร้อมกันนั้นผู้จัดการมรดกหรือตัวแทนต้องจดทะเบียนที่ดินโฉนดเลขที่ 227 ตำบลคลองซอยที่ 2 ฝั่งตะวันออก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 47 ไร่ 1 งาน 36 ตารางวา เป็นที่กัลปนาสงฆ์วัดจำเลยที่ 1 และดำเนินการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าวด้วยค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ (ถ้ามี) จำเลยเป็นผู้ออกแต่ฝ่ายเดียว โฉนดที่ดินดังกล่าวให้ศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานีเป็นผู้เก็บรักษาไว้ แต่ในระหว่างที่โจทก์มีชีวิตอยู่ให้เป็นผู้เก็บรักษาแทน

ถ้าหากโจทก์ถึงแก่กรรมให้ทายาทนำมาคืนแก่ศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานีภายในกำหนด 365 วัน ทั้งสองฝ่ายตกลงจะไม่นำข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับโฉนดที่ดินเลขที่ 227 มาฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและทางอาญาอีก และโจทก์จะดำเนินการถอนฟ้องคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5621/2543 ของศาลชั้นต้นก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความอ้างว่าสัญญาประนีประนอมยอมความกำหนดว่า โฉนดที่ดินดังกล่าวให้ศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานีเป็นผู้เก็บรักษาไว้ เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้โจทก์กับจำเลยทั้งสองโต้แย้งสิทธิในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1004/2533 ของศาลชั้นต้น แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้ระบุถึง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องไม่ใช่เหตุที่จะเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ศาลพิพากษาตามยอมไปแล้วได้ ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง คืนค่าคำร้องชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2545 และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมในวันเดียวกัน ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์คำพิพากษา แต่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2545 อ้างว่าสัญญาประนีประนอมยอมความขัดต่อกฎหมาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องในวันเดียวกัน โจทก์จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง การที่ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ใช้แบบพิมพ์คำร้องเป็นฟ้องอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2545 โดยอาศัยเหตุผลอื่น จึงมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจวินิจฉัยแล้วว่าเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ขัดต่อกฎหมายถึงขนาดที่จะรับไว้พิจารณาไม่ได้

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้ยกอุทธรณ์โจทก์อ้างว่าต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีที่ศาลพิพากษาตามยอม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคสอง ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านี้ เว้นแต่ในเหตุ 3 ประการตามที่บัญญัติไว้คือ (1) เมื่อมีข้อกล่าวอ้างว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล (2) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน (3) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่ามิได้เป็นไปตามข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์เห็นว่าข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนทำให้คำพิพากษาตามยอมไม่ชอบเข้าข้อยกเว้นที่โจทก์สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมได้

โจทก์ก็ต้องอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาตามยอมให้คู่ความฟัง คือภายใน 7 มีนาคม 2545 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 แต่โจทก์หาได้อุทธรณ์ไม่ กลับยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2545 โดยไม่มีบทกฎหมายใดให้โจทก์กระทำเช่นนั้นได้ การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์ เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ไว้วินิจฉัยด้วยเหตุดังกล่าวจึงชอบแล้ว เพราะกรณีของโจทก์เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอน หาใช่เป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมตามข้อยกเว้นของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคสอง ที่โจทก์จะอุทธรณ์ได้ไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพัฒน์ บุญยุบล · บรรหาร มูลทวี · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5445/2546

โจทก์และจำเลยที่ 2 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลชั้นต้นมีข้อความว่า ค่าธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความให้เป็นพับ ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ได้ยอมความด้วย ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา โดยพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2274/2568

โจทก์เป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 และ 46 ประกอบมาตรา 4 ประกาศกระทรวงการคลั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567

การแพ้หรือชนะคดีกันตามคำท้านั้น ผลที่ได้จากเงื่อนไขที่ท้ากันจะต้องชัดเจนตรงกับประเด็นตามคำท้าโดยที่ศาลไม่ต้องตีความผลดังกล่าวให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายใดอีก เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการถือเอาคำวินิจฉัยของศาลเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3737/2567

ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้การฟ้องคดีของผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรรมเนียมทั้งปวง แต่ไม่รวมถึงความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นที่สุด ดังนั้น คำพิพากษา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้