Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2408/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอแบ่งเงินกองกลางของครอบครัวที่โจทก์ร่วมกับพี่น้องหามาได้ร่วมกัน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 รับเงินจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นมรดกของบิดาในฐานะผู้จัดการมรดกแล้ว นำไปซื้อฝากที่ดินจนได้กรรมสิทธิ์ ถือว่าจำเลยที่ 2 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวแทนพี่น้อง รวมทั้งโจทก์ด้วย โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 ขอแบ่งส่วนที่ดินได้ จึงเป็นการวินิจฉัยเกินคำฟ้องและคำขอของโจทก์ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 แบ่งเงินให้แก่โจทก์ 4,000,000 บาท และส่วนแบ่งค่าเช่าอพาร์ตเมนต์แก่โจทก์เดือนละ 32,000 บาท นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์เป็นเวลา 20 ปี และให้จำเลยที่ 2 แบ่งเงินให้โจทก์ 1,000,000 บาท และชำระค่าเพิ่มขึ้นของที่ดินอีกเดือนละ 6,250 บาท นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์เป็นเวลา 20 ปี จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ โดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 แบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 16133 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 50.99 ตารางวา ให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน มีพี่น้องรวม 8 คน จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของนายลี้ลิ่มตั้งหรือนายลิ้มตั้ง บิดา ได้นำเงินจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของบิดาไปซื้อฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 16133 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทปราการ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ต้องแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 16133 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 50.99 ตารางวา ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 นำเงินที่ครอบครัวทำมาหาได้ร่วมกันอันเป็นเงินกองกลางจำนวน 1,000,000 บาท

ไปซื้อฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 16133 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จนได้กรรมสิทธิ์ ปัจจุบันที่ดินมีราคาอย่างต่ำ 13,000,000 บาท แต่โจทก์ขอแบ่งส่วนของโจทก์เป็นเงินเพียง 1,000,000 บาท และขอให้บังคับจำเลยที่ 2 จ่ายค่าเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินแก่โจทก์อีกเดือนละ 6,250 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปเป็นระยะเวลา 20 ปี จำเลยที่ 2 ให้การและนำสืบต่อสู้ว่า จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของบิดา ได้นำเงินจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของบิดาไปซื้อฝากที่ดินโดยได้บอกกล่าวและได้รับความยินยอมจากมารดาและพี่น้องทุกคน ทั้งได้ยกอายุความฟ้องร้องการจัดการมรดกขึ้นต่อสู้ด้วย ดังนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องโจทก์ตั้งเรื่องฟ้องคดีขอแบ่งเงินกองกลางของครอบครัวที่โจทก์ร่วมกับพี่น้องหามาได้ร่วมกัน

เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า ที่ดินที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 2 แบ่งส่วนของโจทก์เป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมเงินค่าเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินอีกเดือนละ 6,250 บาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของราคาที่ดินจำนวน 1,000,000 บาท นั้น เป็นทรัพย์มรดกของบิดาที่นำไปซื้อฝากไว้ จึงมิใช่เงินกองกลางที่เกิดจากการดำเนินกิจการในครอบครัวที่พี่น้องช่วยกันทำมาหาได้ร่วมกันตามที่โจทก์บรรยายและมีคำขอมาในฟ้องแต่อย่างใด ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกขึ้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ได้รับเงินจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของบิดาในฐานะผู้จัดการมรดกของบิดาจะต้องนำมาแบ่งแก่ทายาท การที่จำเลยที่ 2 นำเงินไปซื้อฝากที่ดินจนได้กรรมสิทธิ์ จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 2 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแทนพี่น้องอีก 7 คน

รวมทั้งโจทก์ด้วย การที่จำเลยที่ 2 ทำหนังสือสัญญาคำมั่นจะให้ทรัพย์สินกับมารดา นายสุทธิชัย นางสาวสุวรรณีและนางสุภา โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ตกลงจะไม่รับส่วนของโจทก์ในที่ดินด้วย โจทก์ในฐานะทายาทผู้มีสิทธิในทรัพย์มรดก จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 ขอแบ่งส่วนที่ดินให้จำเลยที่ 2 แบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 16133 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 50.99 ตารางวา ให้แก่โจทก์ จึงเป็นการวินิจฉัยเกินคำฟ้องและคำขอของโจทก์อันเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ฎีกาของจำเลยที่ 2 ปัญหานี้ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 2 ต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัณธาน ขันทมณี · ธงชัย เสนามนตรี · ชาญวิทย์ รักษ์กุลชน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายวัลลภ แก้วลอยมา
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายไพฑูรย์ ณัถฤทธิ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3793/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ238/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ697/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้