Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2407/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่จำเลยขอให้ถอดถอนโจทก์จากตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 129 เป็นเรื่องกล่าวหาการกระทำของโจทก์ขณะปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการมูลนิธิเป็นหลัก เมื่อได้ความว่าข้อความที่จำเลยเบิกความในคดีนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนโจทก์ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิ การที่จำเลยเบิกความจึงเป็นเพียงให้พฤติการณ์ของโจทก์ตามที่จำเลยกล่าวหาในขณะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิมีน้ำหนักน่าเชื่อถือเท่านั้น ลำพังพฤติการณ์ของโจทก์ตามที่จำเลยเบิกความยังไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟังเป็นเหตุถอดถอนโจทก์ได้ ข้อความที่จำเลยเบิกความจึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดีที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ เมื่อข้อความที่จำเลยเบิกความไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยว่าข้อความนั้นเป็นความเท็จหรือไม่อีกต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และ 177

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังเป็นยุติ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความต่อศาลแพ่งในคดีหมายเลขดำที่ 2782/2551 หมายเลขแดงที่ 6286/2552 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2552 ตามคำฟ้องข้อ 2 ข้อย่อยที่ 4 เกี่ยวกับการกล่าวหาโจทก์ว่าในขณะเป็นผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ได้นำเข้าลิงโคโลบัส สัตว์ในบัญชีควบคุมของอนุสัญญาไซเตสที่ห้ามนำเข้าหรือส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดที่มีการตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์ดังปรากฏตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นความเท็จที่เป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ โดยเห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าข้อความที่จำเลยเบิกความในคดีดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีที่จำเลยกับพวกร้องขอให้ถอดถอนโจทก์จากประธานกรรมการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ หรือไม่

เห็นว่า คดีของศาลแพ่งหมายเลขดำที่ 2782/2551 จำเลยกับพวกยื่นคำร้องขอให้ถอดถอนโจทก์จากประธานกรรมการมูลนิธิโดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 129 ที่บัญญัติว่า กรรมการของมูลนิธิผู้ใดดำเนินกิจการของมูลนิธิผิดพลาดเสื่อมเสียต่อมูลนิธิ หรือดำเนินกิจการฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของมูลนิธิ หรือกลายเป็นผู้มีฐานะหรือความประพฤติไม่เหมาะสมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการของมูลนิธิผู้นั้นได้ จำเลยกับพวกบรรยายคำร้องขอถอดถอนโจทก์จากตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิในส่วนสภาพแห่งข้อหาของคดีดังกล่าวเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือข้อ 3 ที่บรรยายว่า

ระหว่างปี 2546 ถึงปัจจุบันต่อเนื่องกันโจทก์ดำเนินกิจการมูลนิธิผิดพลาดและเสื่อมเสียต่อมูลนิธิและฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับของมูลนิธิ โดยบรรยายรายละเอียดพฤติกรรมของโจทก์เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็น 7 ข้อย่อย ซึ่งข้อความพิพาทในชั้นนี้บรรยายอยู่ในคำร้องข้อย่อยที่ 3.5 กับส่วนที่ 2 คือข้อ 4 ที่กล่าวหาว่าพฤติการณ์ของโจทก์ ใช้ฐานะตำแหน่งนักอนุรักษ์สัตว์ป่าบังหน้าหาประโยชน์ทำการค้าสัตว์ป่าเป็นปฏิปักษ์และผิดตราสารมูลนิธิ ขัดขวางการทำงานของเลขาธิการมูลนิธิ กระทำให้กรรมการมูลนิธิมีมติยุติการดำเนินงานของมูลนิธิโดยไม่ชอบ ซึ่งตามคำร้องเป็นเรื่องกล่าวหาการกระทำของโจทก์ในขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมการมูลนิธิเป็นข้อหาหลัก แต่ข้อเท็จจริงที่ได้ความทั้งจากคำร้องขอถอดถอนในคดีดังกล่าวและตามทางนำสืบในคดีนี้ได้ความว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2542 ถึงปี 2545 ก่อนที่โจทก์จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิ

การที่ผู้ร้องเข้าเบิกความต่อศาลกล่าวหาโจทก์ในฐานะผู้คัดค้านว่าขณะผู้คัดค้านเป็นผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ได้นำเข้าลิงโคโลบัสสัตว์ในบัญชีควบคุมของอนุสัญญาไซเตส ที่ห้ามนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้คัดค้านในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิกระทำละเมิดต่อวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ภายหลังกรมป่าไม้ได้รับลิงโคโลบัสไป การกระทำของผู้คัดค้านเป็นความผิดมีการตั้งกรรมการสอบสวนดังปรากฏตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์นั้น ก็เพียงเพื่อให้พฤติการณ์ของโจทก์ตามที่จำเลยกล่าวหาต่าง ๆ ในขณะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิมีน้ำหนักน่าเชื่อถือเท่านั้น ลำพังพฤติการณ์ของโจทก์ตามข้อความที่จำเลยเบิกความในส่วนดังกล่าวเพียงประการเดียว ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังเป็นเหตุถอดถอนโจทก์ออกจากประธานกรรมการมูลนิธิได้ ข้อความที่จำเลยเบิกความในส่วนนี้จึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดีที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีร้อง ขอถอดถอนโจทก์ออกจากประธานกรรมการมูลนิธิโดยไม่แสดงเหตุผลความสำคัญในคดีอย่างไรนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย คดีไม่มีประโยชน์ที่จะต้องวินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยเบิกความดังกล่าวเป็นความเท็จหรือไม่อีกต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็น ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานเบิกความเท็จเกี่ยวกับการกล่าวหาโจทก์นำเข้าลิงโคโลบัสตามคำฟ้องข้อ 2 ข้อย่อยที่ 4 เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี เพศประเสริฐ · กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · พีรศักดิ์ ไวกาสี
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายเดชาธร เทวเดช
ศาลอุทธรณ์ - นายสมชาย พวงภู่
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1711/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2943/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ4332/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้