Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2407/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9(3)โจทก์ย่อมฟ้องให้จำเลยล้มละลายได้ไม่ว่าหนี้จะถึงกำหนดชำระแล้วหรือไม่ แม้หนี้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจะยังไม่ถึงกำหนดชำระตามคำบังคับก็ตามโจทก์ก็นำมาฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 เมษายน2532 ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5984/2532 ให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาขายลดเช็คจำนวนเงิน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมให้โจทก์ จำเลยไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาและจำเลยไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ที่โจทก์จะยึดมาชำระหนี้ได้คิดถึงวันฟ้องจำเลยเป็นหนี้โจทก์ ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยรวมจำนวนเงิน579,424.64 บาท ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยล้มละลายจำเลยให้การว่า ปัจจุบันจำเลยยังคงประกอบธุรกิจอยู่และสามารถผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ได้ จึงไม่เป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมิได้มีหนี้สินล้นล้นตัวนั้น เห็นว่า นอกจากจำเลยจะเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5984/2532คือหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องคดีนี้เป็นเงินรวมถึง579,424.64 บาท แล้วจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีอีกถึง 1,000,000 บาทเศษ และจำเลยเองก็นำสืบรับว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินในที่จะชำระหนี้ทั้งสองจำนวนดังกล่าวให้โจทก์ได้ส่วนที่จำเลยนำสืบกล่าวอ้างว่าจำเลยมีรายได้เดือนละ 30,000 ถึง40,000 บาทนั้น ถึงหากจะฟังว่าเป็นความจริง รายได้ของจำเลยดังกล่าวก็ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ได้ คดีจึงฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ฎีกาของจำเลยในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้นและที่จำเลยฎีกาว่าหนี้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5984/2532 ยังไม่ถึงกำหนดชำระตามคำบังคับของศาลชั้นต้นนั้น

เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 9(3) โจทก์จะฟ้องให้จำเลยล้มละลายได้ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะถึงกำหนดชำระแล้วหรือไม่ ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรชัย สมรรถเวช · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4296/2568

พ.ร.บ.ล้มละลาย ฯ มาตรา 9 (3) บัญญัติเพียงว่า เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตามเท่านั้น หาได้บัญญัติว่าหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2567

จำเลยเบิกเงินจากโจทก์เพื่อนำไปซื้อไม้ยางพาราจากเจ้าของสวนแล้วนำมาขายให้แก่โจทก์ จากนั้นจึงหักทอนบัญชีกัน นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยจึงมีลักษณะเป็นสัญญาประเภทหนึ่งที่มิได้กำหนดแยกประเภทเป็นเอกเทศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567

หนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอนและนำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3416/2566

การตีความสัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 คือต้องถือหลักตามความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายจะถือเอาเจตนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวไม่ได้ นอกจากนี้ กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2566

หนี้ค่าซ่อมแซมความเสียหายจากการใช้สอยทรัพย์สินที่เช่าที่โจทก์เสียไปตามสำเนาใบแจ้งหนี้ เป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน โดยหาจำต้องรอให้ศาลในคดีแพ่งพิพากษากำหนดจำนวนหนี้จนคดีถึงที่สุดแล้วนำมาฟ้องคด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้