Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 35 โจทก์อาจยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือ หรือแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาลก็ได้ การที่โจทก์ฟ้องจำเลยด้วยวาจาต่อศาลแรงงานกลางโดยอ้างสภาพแห่งข้อหาว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายและเงินอื่น ๆกับให้ยกเลิกคำสั่งของจำเลยที่เลิกจ้างโจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า การเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างเป็นธรรม คดีถึงที่สุดแล้วโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยอีกโดยกล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการจงใจให้โจทก์ได้รับความเสียหายอันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ และมีคำขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินประเภทต่าง ๆ กับขอให้เพิกถอนคำสั่งฉบับเดียวกัน และสั่งให้โจทก์เข้าทำงานตามเดิม หรือให้ชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งแม้โจทก์จะอ้างว่าเป็นการละเมิด ก็เป็นเรื่องที่เกิดจากการเลิกจ้างของจำเลยอันเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมหรือไม่ จึงเป็นฟ้องซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 148 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 35

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานผิดวินัยอย่างร้ายแรง เนื่องจากโจทก์จดทะเบียนสมรสซ้อน โจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางตามคดีหมายเลขแดงที่ 4931/2528 คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาว่า กรณีไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน เหตุที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานจึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นการจงใจทำละเมิดเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับค่าเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย และขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ พ.1/นท.1/8147/2527 ลงวันที่27 พฤศจิกายน 2527 แล้วให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานต่อไป หรือมิฉะนั้นให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำเลยให้การว่า

จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์จดทะเบียนสมรสซ้อน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จึงเป็นการเลิกจ้างเป็นธรรม ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์มิได้รับความเสียหายขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขดำที่ 4830/2528 หมายเลขแดงที่ 4931/2528 ของศาลแรงงานกลางหรือไม่โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 แล้วก็ย่อมนำบทบัญญัติในเรื่องพ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับตามที่จะเห็นสมควรเท่านั้น ซึ่งศาลจะนำมาใช้บังคับกับคดีนี้มิได้ เพราะคดีเดิมโจทก์ไม่ได้ฟ้องต่อศาลเอง หากแต่โจทก์ไปแถลงข้อหาต่อศาลแรงงานกลางเท่านั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 35บัญญัติว่าโจทก์อาจยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือหรือแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาลก็ได้ซึ่งมีความหมายว่าในการฟ้องคดีต่อศาลแรงงานนั้นโจทก์จะยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือก็ได้ หรือหากไม่ประสงค์เช่นนั้นโจทก์จะฟ้องคดีด้วยวาจาก็ได้ ฉะนั้นการที่โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางตามคดีหมายเลขดำที่ 4830/2528 หมายเลขแดงที่ 4931/2528 จึงเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะว่าโจทก์ได้อ้างสภาพแห่งข้อหาว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ค่าทำงานในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าเบี้ยเลี้ยงนอกสถานที่ค่าเบี้ยเลี้ยงหลักกิโลเมตร เงินสงเคราะห์รายเดือน

ใบเบิกทางเชิงบำเหน็จ ค่าแรงงานนับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันเกษียณอายุกับให้ยกเลิกคำสั่งของจำเลยที่ พ.1/นท.1/6555/2527 และคำสั่งเลขที่พ.1/นท.1/8147/2527 ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าการเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างเป็นธรรมแล้วคดีถึงที่สุด สำหรับสภาพแห่งข้อหาของโจทก์คดีนี้ โจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการจงใจให้โจทก์ได้รับความเสียหาย อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์และมีคำขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน คือ เงินเดือนค่าครองชีพและค่าสงเคราะห์บุตรนับแต่วันเลิกจ้างถึงวันฟ้องค่าเสียหายจากการที่มิได้ทำงานกับจำเลยจนเกษียณอายุ ค่าจ้างสำหรับวันหยุดประจำปี เบี้ยเลี้ยง ค่าเสียหายจากการแพร่ข่าวการเลิกจ้างกับขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่

พ.1/นท.1/8147/2527 แล้วสั่งให้โจทก์เข้าทำงานตามเดิมหรือให้ชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งแม้โจทก์จะอ้างว่าเป็นการละเมิดซึ่งจำเลยต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ก็ดีก็เป็นเรื่องที่เกิดจากการเลิกจ้างของจำเลย เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมหรือไม่ ซึ่งโจทก์ได้เคยฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางตามคดีดังกล่าว และศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยในประเด็นนี้เป็นที่ยุติมาแล้วกรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของจำเลยได้ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขดำที่ 4830/2528 หมายเลขแดงที่ 4931/2528 จึงชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20953/2556

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามรับผิดเฉพาะค่าเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องในการตรวจรับมอบงานงวดที่ 1 ถึงที่ 4 ส่วนคดีที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์พิพากษาให้บริษัท พ. รับผิดต่อโจทก์ในคดีนี้ไม่ปราก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8401/2550

ป. ซึ่งเป็นลูกจ้างกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานต่อบริษัท บ. ซึ่งเป็นนายจ้างโดยรวบรวมเงินจากลูกค้าและพนักงานในสาขาแล้วส่งให้บริษัท บ. ไม่ครบรวม 16 ครั้ง เป็นเงิน 616,635.32 บาท แล้ว ป. ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1081/2549

คดีก่อนเป็นคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่านายหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าโล่ที่จำเลยสัญญาว่าจะมอบให้ และค่าปรับเงินเดือนเพิ่มพร้อมทั้งออกหนังสือรับรองเกี่ยวกับการทำงานให้โจทก์ ระหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2548

คดีอาญาเรื่องก่อนพนักงานอัยการจังหวัดระยองฟ้องจำเลยที่ 1 โดยมีโจทก์เป็นผู้เสียหาย ศาลจังหวัดระยองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ราคาน้ำมันเป็นเงิน 540,940 บาท แก่โจทก์ซึ่งเป็นการขอใ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267490)

ตามคำฟ้องเดิมของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่ได้ทำงานทุกวันเพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีวัตถุดิบซึ่งไม่ใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงที่โจทก์ไม่ได้ทำงานด้วย ต่อมาจำเลยที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้