Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับในการรับเงินไว้มีข้อความว่า "ใบรับเงินชั่วคราว วันที่ 28 ตุลาคม 2507 ข้าพเจ้านายจิง แซ่โค้ว(จำเลย)ผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท สามแยก กรุงเทพฯ ได้รับเงินที่นำมาลงทุนซื้อยาเบอร์เล่ย์เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 959,890 บาท 10 สตางค์ คืนจากกรรมการผู้จัดการบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัดไว้เป็นที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้วส่วนใบรับตัวจริงจะส่งมาให้ภายหลัง ลงชื่อนายจิงแซ่โค้วผู้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท" เป็นแต่เพียงเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้รับเงินลงทุนซื้อยาของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทคืนมาจากบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด ไว้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทเป็นการชั่วคราว จำเลยมิได้รับเงินไว้เป็นของตนเอง เมื่อจำเลยเอาเงินรายนี้ไปส่งมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทซึ่งเป็นเจ้าของเงินที่แท้จริงแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินตัวจริงส่งมาให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์จำกัดอีกฉบับหนึ่งใน3 วันต่อมาและได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ซึ่งแสดงว่าจำเลยได้ส่งมอบเงินที่รับแทนมาเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทผู้รับเงินแท้จริงไม่ได้ปฏิบัติการฝ่าฝืนประมวลรัษฎากร จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดชำระเงินอากรและเงินเพิ่มอากรสำหรับใบรับเงินชั่วคราวอีก (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2765/2515) (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2517)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 103 ป.รัษฎากร มาตรา 105 ป.รัษฎากร มาตรา 106 ป.รัษฎากร มาตรา 113 ป.รัษฎากร มาตรา 114 ป.รัษฎากร มาตรา 117 ป.พ.พ. มาตรา 326 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร มาตรา 28

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินชั่วคราวรับเงินที่นำมาลงทุนซื้อยาคืนจากกรรมการบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด โดยมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรโจทก์ได้เรียกจำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างที่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการและจำเลยได้เป็นผู้ชำระบัญชีเสร็จแล้วมาพบและแจ้งให้จำเลยชำระอากรแสตมป์และเงินเพิ่มจำเลยยอมรับผิดแต่เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าอากรแสตมป์และเงินเพิ่มพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินตัวจริงสำหรับเงินรายเดียวกัน ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามประมวลรัษฎากร แล้วส่งไปให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด แล้วจึงไม่ต้องเสียอากรแสตมป์และเงินเพิ่ม จำเลยไม่เคยยอมรับผิด โจทก์แถลงรับว่าจำเลยออกใบรับเงินตัวจริงสำหรับเงินรายเดียวกัน ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามประมวลรัษฎากร แล้วส่งไปให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยานบุคคลและเอกสาร ขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อเดียวว่าจำเลยต้องชำระเงินอากรและเงินเพิ่มอากรสำหรับใบรับเงินชั่วคราวหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ต้องชำระเงินอากรและเงินเพิ่มอากรสำหรับใบรับเงินชั่วคราว พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา คดีได้ความว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทตั้งสำนักงานอยู่ที่จังหวัดพระนคร จำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้เดินทางไปติดต่อธุรกิจการค้าทางภาคเหนือ วันที่ 28 ตุลาคม 2507 จำเลยไปที่จังหวัดแพร่ บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์จำกัดจะเลิกกิจการ ได้จ่ายเงินลงทุนซื้อยาเบอร์เล่ย์ 959,890.10 บาท คืนให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทในวันนั้นจำเลยไม่ได้เอาใบรับเงินตามแบบพิมพ์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทไปด้วยบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์จำกัด ต้องการหลักฐานการจ่ายเงินคืนดังกล่าว จำเลยจึงออกใบรับเงินชั่วคราวตามภาพถ่ายท้ายฟ้องให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด ในวันเดียวกันเมื่อจำเลยกลับมาจังหวัดพระนครแล้วห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินตัวจริงส่งไปให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์

จำกัด ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้รับเงินจากบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัดไว้เป็นของตนเอง เอกสารตามภาพถ่ายท้ายฟ้องมีข้อความว่า "ใบรับเงินชั่วคราว วันที่ 28 ตุลาคม 2507 ข้าพเจ้านายจิง แซ่โค้ว ผู้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท ได้รับเงินที่นำมาลงทุนซื้อยาเบอร์เล่ย์เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 959,890.10 บาท คืนจากกรรมการจัดการบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด ไว้เป็นที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ส่วนใบรับเงินตัวจริงจะส่งมาให้ภายหลัง ลงชื่อนายจิง แซ่โค้ว ผู้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท" เป็นแต่เพียงเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้รับเงินลงทุนซื้อยาของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทคืนจากบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์

จำกัด ไว้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทเป็นการชั่วคราว เมื่อจำเลยเอาเงินรายนี้ไปส่งมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท ซึ่งเป็นเจ้าของเงินที่แท้จริงแล้วห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทจะได้ออกใบรับเงินตัวจริงส่งมาให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัดอีกฉบับหนึ่งเมื่อต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินตัวจริงว่าได้รับเงินลงทุนคืนจากบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ ์จำกัดและได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว แสดงว่าจำเลยได้มอบเงินที่ได้รับมาให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทเป็นการเสร็จสิ้นไปแล้ว และเมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทผู้รับเงินแท้จริงไม่ได้ปฏิบัติการฝ่าฝืนประมวลรัษฎากร จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดชำระเงินอากรและเงินเพิ่มอากรสำหรับใบรับเงินชั่วคราวอีก เทียบตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1765/2515

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ · ไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2544

ประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 118 เพียงแต่บัญญัติว่าตราสารใดที่ไม่ปิดอากรแสตมป์หรือปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วน จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนบริบูรณ์และขีดฆ่าแล้ว แต่หาได้บังคับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 274/2530

คำให้การจำเลยที่ปฏิเสธเพียงว่า บ.ไม่ได้กู้เงินโจทก์หนังสือสัญญากู้ยืมเงินท้ายฟ้องไม่ถูกต้องและไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยไม่ได้อ้างเหตุตั้งประเด็นไว้ว่า เหตุใด บ.จึงไม่ได้กู้เงินโจทก์ และหนังสือสัญญากู้ยื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2502

เจ้าของร้านขายส่งสุราเป็นคนอื่น มิได้เกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทซึ่งทำการต้มกลั่นสุราเลย ส่วนได้ส่วนเสียแยกต่างหาก มิได้มีอะไรเกี่ยวพันกัน แม้ในฐานะของลูกจ้างกับนายจ้างก็มิได้มีปรากฏ เจ้าของร้านขายส่งสุรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13963/2558

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดทั้งตามสัญญาจ้างแรงงานและในมูลละเมิด ในกรณีเช่นนี้โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องได้ทั้งสองทาง แม้โจทก์จะทราบการกระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดอย่างช้าในวันที่ 25 มกราคม 2554 แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4499/2558

ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้