Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บัตรเลือกตั้งที่ปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัครแต่เลขไทยหรือเลขอารบิคเพียงเลขใดเลขหนึ่ง ไม่มีลักษณะเป็นบัตรเสียตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน พ.ศ. 2511มาตรา 58 แต่มาตรา 49 บัญญัติว่าการลงคะแนนเลือกตั้งให้ใช้วิธีปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัครในบัตรเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง และกฎกระทรวงกำหนดว่าเลขหมายประจำตัวผู้สมัครต้องมีเลขไทยและเลขอารบิคควบคู่กันทั้งสองอย่าง ดังนั้น การที่ใช้เพียงเลขใดเลขหนึ่งย่อมถือว่าเป็นเลขหมายประจำตัวผู้สมัครไม่ได้ เพราะเป็นเลขหมายที่ไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวง บัตรประเภทนี้จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 49 และใช้นับเป็นคะแนนเลือกตั้งไม่ได้บัตรที่มีเลขหมายประจำตัวของผู้สมัครบางคนเสียปะปนอยู่ในซองบัตรเลือกตั้งเดียวกันไม่ถือว่าเป็นบัตรเสียทั้งหมด คงเสียเฉพาะเลขหมายที่ไม่ชอบเท่านั้น ส่วนเลขหมายอื่น ๆ ที่ถูกต้องถือว่าเป็นบัตรดีบัตรที่ปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัครคว่ำต้องมองกับแสงสว่างจึงเห็นเงาเลขหมาย ถือว่าเป็นบัตรเสียตามมาตรา 58(2) เพราะอ่านโดยวิธีธรรมดาไม่รู้ว่าเป็นเลขหมายอะไรแม้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนจะปรากฏว่าในหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งมีบัตรเลือกตั้งในหีบบัตรเกินกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งถึง 500 บัตรเศษซึ่งเป็นการไม่ชอบ แต่หากจะเอาคะแนนของผู้ที่ได้รับเลือกตั้งในหน่วยนี้ออกเสียทั้งหมด ก็ไม่ทำให้ผลของการเลือกตั้งสำหรับผู้ได้รับเลือกตั้งบางคนเปลี่ยนแปลงไป ย่อมไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด(ข้อกฎหมายตามวรรคแรกและวรรคสาม วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2-3/2513)

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนของจังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2512 ซึ่งมีผู้ได้รับเลือกตั้ง 5 คน คือนายสมบูรณ์ ทวีวัฒน์ นายสมพร จรีมาศ ร้อยเอกสมบูรณ์ ไพรินทร์ ร้อยตรีอำพัน สุวรรณโชติ และนายเสมอ อัครปรีดี ว่าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประการ แต่คงติดใจเฉพาะเหตุในคำร้องข้อ 3(1) ก.ข.ค. และข้อ 3 (2) กล่าวคือข้อ 3(1) การตรวจนับคะแนนฝ่าฝืนมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน และการวินิจฉัยชี้ขาดบัตรเลือกตั้งไม่เป็นบรรทัดฐานเดียวกันทุกหน่วย โดยก. บัตรที่ปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัคร เลขไทยหรือเลขอารบิคเพียงเลขใดเลขหนึ่งกลางหน่วยถือว่าเป็นบัตรดี แต่บางหน่วยถือว่าเป็นบัตรเสียข.

บัตรเลือกตั้งที่มีบัตรเสีย (เลขหมายประจำตัวผู้สมัคร) ปะปนอยู่ในซองบัตรเลือกตั้งเดียวกัน บางหน่วยถือว่าเลขหมายประจำตัวในบัตรเลือกตั้งนั้นเสียไปทั้งหมด แต่บางหน่วยถือว่าเป็นบัตรเสียเฉพาะหมายเลขนั้น ๆ ส่วนเลขอื่นถือว่าเป็นบัตรดีค. บัตรที่ปิดคว่ำเอาเลขเครื่องหมายประจำตัวผู้สมัครเข้าด้านในต้องมองกับแสงสว่างจึงเห็นเงาเลขหมาย บางหน่วยถือว่าเป็นบัตรดีแต่บางหน่วยถือว่าเป็นบัตรเสีย(2) จำนวนคะแนนบัตรเลือกตั้งในหีบลงบัตรไม่ตรงกับจำนวนผู้ใช้สิทธิที่หมายเหตุว่า "มา" ในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งขอให้มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและสมาชิกสภาผู้แทนที่ได้รับเลือกตั้งทั้ง 5 คน ยื่นคำคัดค้านว่า

การเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่คู่ความทั้งสองฝ่ายขอให้ศาลเรียกหีบบัตรเลือกตั้งทุกอำเภอมาเปิดนับ และรับข้อเท็จจริงกันตามนั้น โดยไม่ติดใจสืบพยานบุคคลแล้วขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การวินิจฉัยของคณะกรรมการเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งชอบหรือไม่ ถ้าไม่ชอบ การเลือกตั้งจะชอบหรือไม่ และสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดได้ดำเนินการตรวจนับบัตรแล้ว และทำความเห็นส่งสำนวนมาศาลฎีกาว่า ควรยกคำร้องของผู้ร้องปัญหาเกี่ยวกับบัตรลงคะแนนตามที่ผู้ร้องได้ร้องคัดค้านมานั้นมีอยู่ 3 ประเภท คือ1. บัตรที่ปิดเลขหมายประจำตัวของผู้สมัครแต่เลขไทยหรือเลขอารบิคเพียงเลขใดเลขหนึ่ง

จะถือว่าเป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย2. บัตรที่มีเลขหมายประจำตัวของผู้สมัครบางคนเสียปะปนอยู่ในซองบัตรเลือกตั้งเดียวกัน จะถือว่าเป็นบัตรเสียไปทั้งหมดหรือเสียเฉพาะเลขหมายนั้น ๆ ส่วนเลขหมายอื่นถือว่าเป็นบัตรดี3. บัตรที่ปิดเลขหมายคว่ำ ต้องมองกับแสงสว่างจึงเห็นเงาเลขหมาย จะถือว่าเป็นบัตรดีหรือบัตรเสียศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า1. บัตรประเภท 1 นี้ไม่มีลักษณะเป็นบัตรเสียตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน พ.ศ. 2511 มาตรา 582. มาตรา 49 บัญญัติว่า "การลงคะแนนเลือกตั้งให้ใช้วิธีปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัครลงในบัตรเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง" ตามกฎกระทรวงกำหนดไว้ว่าเลขหมายประจำตัวผู้สมัครต้องมีเลขไทยและเลขอารบิคควบคู่กันทั้งสองอย่าง

ฉะนั้นการที่ใช้แต่เพียงเลขหมายใดเลขหมายหนึ่ง จะถือว่าเป็นเลขหมายประจำตัวผู้สมัครไม่ได้เพราะเป็นเลขหมายที่ไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวง บัตรประเภทนี้จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา 493. เมื่อเป็นบัตรที่ลงคะแนนฝ่าฝืนต่อมาตรา 49 แล้ว จะใช้นับเป็นคะแนนเลือกตั้งไม่ได้บัตรประเภท 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีเช่นนี้จะถือว่าเป็นบัตรเสียไปทั้งหมดไม่ได้คงเสียเฉพาะเลขหมายที่ไม่ชอบเท่านั้น ส่วนเลขหมายอื่น ๆ ที่ถูกต้อง ถือว่าเป็นบัตรดีบัตรประเภท 3

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า การอ่านเลขหมายนั้นย่อมหมายถึงการเปิดออกอ่านด้วยวิธีธรรมดาซึ่งปฏิบัติกันอยู่เป็นปกติทั่ว ๆ ไปกรรมการตรวจนับคะแนนไม่จำเป็นต้องเอาไปส่องกับแสงสว่างเพื่อให้เห็นเงาเลขหมายอันเป็นวิธีพิเศษเช่นนั้น เมื่อเลขหมายปิดคว่ำไม่รู้ว่าเป็นเลขหมายอะไรแล้ว ก็ต้องถือว่าบัตรประเภทนี้เป็นบัตรเสียตามมาตรา 58(2)เมื่อวินิจฉัยบัตรทั้ง 3 ประเภทแล้ว คะแนนของผู้ร้องและผู้ได้รับเลือกตั้งมีผลเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะคะแนนของนายเสมอผู้ได้รับเลือกตั้งคนที่ 5 ได้น้อยกว่าคะแนนของนายจรินทร์ผู้ร้องที่ 1 ถึง 75 คะแนน ผลของการเลือกตั้งจึงผิดไป ส่วนผู้ร้องอีก 7 คน ได้คะแนนน้อยกว่าผู้ร้องที่ 1 เป็นจำนวนมากส่วนข้อกล่าวหาของผู้ร้องที่ว่าจำนวนบัตรในหีบไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธินั้น

ปรากฏว่าหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลบ้านดู่ อำเภออาจสามารถ มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 42 คน แต่มีบัตรในหีบถึง 621 บัตร เกินกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 579 บัตร เห็นได้ว่าการเลือกตั้งหน่วยนี้ไม่ชอบ ส่วนหน่วยอื่น ๆ จำนวนบัตรเกินจำนวนผู้ใช้สิทธิอย่างมากไม่เกินหน่วยละ 10 บัตร ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลจังหวัดร้อยเอ็ดว่า กรรมการอาจนับผิดพลาดไปมีปัญหาว่า สมควรจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าจะเอาคะแนนของผู้ได้รับเลือกตั้งในหน่วยที่วินิจฉัยว่า เป็นการไม่ชอบออกเสียทั้งหมด คะแนนของผู้ได้รับเลือกตั้ง 4 คนแรกก็ยังมีจำนวนสูงกว่าคะแนนของผู้ร้องที่ 1 ซึ่งอยู่ในอันดับถัดไป ไม่ทำให้ผลของการเลือกตั้งสำหรับ 4 คนแรกเปลี่ยนแปลง ศาลฎีกาเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่แทนนายเสมอแต่ผู้เดียวจึงมีคำสั่งว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนของจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นไปโดยไม่ชอบสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่แทนนายเสมอ อัครปรีดี แต่ผู้เดียว ส่วนผู้ได้รับเลือกตั้งอีก 4 คน จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการเลือกตั้งใหม่แทน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศริ มลิลา · ยง เหลืองรังษี · ชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้