Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้มีสาระสำคัญเพียงว่า จำเลยที่ 1 มีภาระหนี้สินกับโจทก์ตามสัญญากู้และตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยการเปลี่ยนแปลงการชำระหนี้เท่านั้น ไม่มีการตกลงเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ต้องการระงับข้อพิพาทเดิมโดยต่างยอมผ่อนผันแก่กันและกำหนดหนี้ขึ้นใหม่ ตามความหมายของคำว่าประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 จึงไม่ทำให้หนี้เงินกู้ของจำเลยที่ 1 ระงับไป ดังนั้นสัญญาจำนองที่ ว. ทำไว้กับโจทก์เป็นประกันการชำระเงินตามสัญญากู้เงินของจำเลยที่ 1 จึงมีผลผูกพันอยู่ จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทโดยธรรมของ ว. ต้องรับผิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 2,267,887.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,895,412.43 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 14706 ตำบลบางเชือกหนัง (บางพรม) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร อันเป็นทรัพย์มรดกของนางวิรพรรณ และที่ดินโฉนดเลขที่ 4719 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบ

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 2,078,020.32 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10.50 ต่อปี ของต้นเงิน 1,489,707.65 บาท นับแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์แล้วเสร็จ กับของต้นเงิน 359,341.27 บาท นับแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์แล้วเสร็จ หากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 4719 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ออกขายทอดตลาด หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ให้ตกเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทโดยธรรมของนางวิรพรรณ รับผิดตามสัญญาจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 14706 ตำบลบางเชือกหนัง (บางพรม) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ในหนี้ต้นเงินจำนอง 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2531 และในหนี้ต้นเงินจำนอง 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15.50 บาท นับแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่จะบังคับให้ชำระดอกเบี้ยที่ค้างย้อนหลังเกิน 5 ปีขึ้นไปไม่ได้ (ที่ถูกย้อนหลังนับแต่วันฟ้องขึ้นไปเกิน 5 ปี ไม่ได้) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ในศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า สัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำให้หนี้เงินกู้ระงับไปและสัญญาจำนองที่นางวิรพรรณทำไว้ระงับไปด้วยดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้มีสาระสำคัญเพียงว่าข้อ 1 ระบุว่าจำเลยที่ 1 ตกลงยอมรับว่ามีภาระหนี้สินกับธนาคารโจทก์ตามสัญญากู้รวม 3 ลำดับ ข้อ 2 ระบุว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดย 2.1 การเปลี่ยนแปลงการชำระหนี้ เท่านั้น ไม่มีการตกลงเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ต้องการระงับข้อพิพาทเดิมโดยต่างยอมผ่อนผันแก่กันและกำหนดหนี้ขึ้นมาใหม่ตามความหมายของคำว่าประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 แต่อย่างไร จึงไม่ทำให้หนี้เงินกู้ของจำเลยที่ 1 ระงับไป

ดังนั้น สัญญาจำนองที่นางวิรพรรณทำไว้กับโจทก์เป็นประกันการชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินของจำเลยที่ 1 จึงมีผลผูกพันอยู่ จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทโดยธรรมของนางวิรพรรณต้องรับผิดต่อโจทก์ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สิริรัตน์ จันทรา · พิชัย อภิชาตอำมฤต · ณรงค์พล ทองจีน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประมุข อธิคมกมลาศัย
ศาลอุทธรณ์ - นายเอกศักดิ์ ยันตรปกรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2431/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1555/2545
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1433/2546
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้