Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในตอนแรกที่ศาลชั้นต้นประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองแถลงขอสู้คดีขอให้การในวันพิจารณาและจะหาทนายความเอง ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นได้จดคำให้การไว้ว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ว่าได้กระทำผิดตามฟ้องทุกประการ ต่อมาทนายความจำเลยทั้งสองได้มาถึงศาลและยื่นใบแต่งทนายความพร้อมกับแถลงว่าที่มาศาลช้าเพราะไม่สบาย ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาในวันเดียวกันนั้นเองแต่ต้องเลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันอื่น ก่อนถึงวันนัด 1 วันจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิม และขอให้การใหม่ว่ามิได้กระทำความผิด คำร้องของจำเลยทั้งสองเช่นนี้ย่อมมีผลเป็นการขอแก้คำให้การเดิมที่ให้การรับสารภาพ เป็นให้การปฏิเสธ และเหตุผลที่จำเลยทั้งสองอ้างก็เป็นเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ และน่าเชื่อว่าขณะที่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพนั้นยังมิได้ปรึกษากับทนายความประกอบกับในคดีอาญาจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่จะให้การต่อสู้ว่าอย่างไรหรือไม่ให้การเลยก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 165 วรรคหนึ่ง เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรให้จำเลยทั้งสามแก้คำให้การได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๙ จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมสำเนาและต้นฉบับใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง หรือสิ่งเทียมอาวุธปืน (แบบ ป.๒) อันเป็นเอกสารทางราชการและจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เอกสารปลอมนั้นสั่งซื้ออาวุธปืนสำหรับการค้าและนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตทั้งจำเลยทั้งสองร่วมกันจัดหรือยื่นใบขนสินค้าที่เข้ามาตามเอกสารปลอมต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรรวม ๕ กระทงเป็นความผิดขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ในวันศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นได้อธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้วจำเลยทั้งสองแถลงขอสู้คดี จะยื่นคำให้การในวันพิจารณาและจะหาทนายความเองศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ ในวันนัดศาลชั้นต้นจดคำให้การจำเลยทั้งสองว่าขอให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการ โจทก์จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน นัดฟังคำพิพากษาวันนี้เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา แต่ศาลชั้นต้นติดพิจารณาคดีเรื่องอื่นจึงเลื่อนไปฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๔ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมอ้างว่า จำเลยทั้งสองรับสารภาพโดยเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยรับเพียงว่ากระทำในฐานะลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุรชาจริงเท่านั้น จำเลยกระทำไปโดยเข้าใจโดยสุจริตว่าไม่ผิดกฎหมาย ขอให้การใหม่ว่ามิได้กระทำผิดดังฟ้อง โจทก์รับสำเนาแล้วแถลงว่าจำเลยทั้งสองให้การด้วยความสมัครใจไม่ควรอนุญาตให้ถอนคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพต่อศาลด้วยตนเองโดยความสมัครใจ ซึ่งทนายความจำเลยทั้งสองก็อยู่ด้วย จำเลยทั้งสองยังได้แถลงไม่ติดใจสืบพยาน จึงไม่มีเหตุที่จำเลยทั้งสองจะเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงที่ให้การรับสารภาพ คำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองสมบูรณ์และชอบด้วยกฎหมายไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยทั้งสองถอนคำให้การที่รับสารภาพและรับคำให้การใหม่ที่ปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิด สำหรับข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมนั้นให้ลงโทษฐานปลอมเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๕ กระทงเดียว ลงโทษฐานสั่งหรือนำเข้ามาซึ่งอาวุธปืนสำหรับการค้าตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗๓ ลงโทษฐานนำอาวุธปืนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗

โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานปลอมต้นฉบับและสำเนา ป.๒ กับใช้เอกสารปลอมดังกล่าวทุกกระทงความผิด และฐานจัดหรือยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเป็นเท็จตามฟ้องด้วย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ หรือหากมีความผิดก็ขอให้กำหนดโทษจำเลยที่ ๒ ต่ำลงมาและรอการลงโทษไว้

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำร้องขอถอนคำให้การเดิมของจำเลยทั้งสองมีเหตุอันควรอนุญาต จึงไม่ต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองถอนคำให้การเดิม และไม่รับคำให้การที่ขอให้การใหม่กับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แล้วให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องของจำเลยทั้งสองเช่นนี้ย่อมมีผลเป็นการขอแก้คำให้การเดิมที่ให้การรับสารภาพ เป็นให้การปฏิเสธและเหตุผลที่จำเลยทั้งสองอ้างขอแก้คำให้การนั้นก็เป็นเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ เพราะในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองก็ให้การภาคเสธ และในชั้นศาลชั้นต้นประทับฟ้องจำเลยทั้งสองก็แถลงขอสู้คดี แม้ในคำร้องขอแก้คำให้การก็อ้างว่าเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง และเข้าใจโดยสุจริตว่าการกระทำของจำเลยไม่ผิดกฎหมาย จึงน่าเชื่อว่าขณะที่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพนั้นยังมิได้ปรึกษากับทนายความ ครั้นได้ปรึกษากับทนายความในภายหลังแล้ว จำเลยทั้งสองจึงเข้าใจถูกต้องในการต่อสู้คดี นับว่าเป็นเหตุผลอันควร ประกอบกับในคดีอาญาจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่จะให้การต่อสู้ว่าอย่างไรหรือไม่ให้การเลยก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๕ วรรคหนึ่ง เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรให้จำเลยแก้คำให้การได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๓ วรรคสอง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายนิธิ ไขแสง
ศาลอุทธรณ์ - นายบรรทม จาตกานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 700426)

ตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (2) ระบุว่าในคดีอาญาพนักงานอัยการมีอำนาจหน้าที่ตาม ป.วิ.อ. และตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4601/2565

ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธ และให้การใหม่เป็นรับสารภาพในความผิดข้อหาร่วมกันตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกิน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 689123)

โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันเวลาที่จำเลยกระทำความผิดอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันทั้งสองสำนวน และเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องทั้งสองสำนวนก็เป็นจำนวนเดียวกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องสำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้