Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นับแต่วันเกิดเหตุชิงทรัพย์ถึงวันที่จำเลยถูกจับเป็นระยะเวลาห่างกันร่วม 8 ปี ผู้เสียหายไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าคนร้ายมาก่อนเพิ่งเห็นในวันเกิดเหตุเท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะจำคนร้ายได้ และผู้เสียหายก็เบิกความกลับไปกลับมาไม่อยู่กับร่อง กับรอย ยิ่งกว่านั้นผู้เสียหายยังเบิกความแตกต่างกับพยานอื่นเป็นข้อพิรุธ จำเลยก็ให้การปฏิเสธตลอดมา พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 คืนของกลางแก่ผู้เสียหาย และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 16,000 บาทแก่ผู้เสียหายด้วยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรค 4ลงโทษจำคุก 18 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 16,000 บาทแก่ผู้เสียหายของกลางคืนผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายชิงทรัพย์ตามฟ้องของผู้เสียหายไปในการชิงทรัพย์คนร้ายได้ใช้ค้อนตีศรีษะผู้เสียหาย จนผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส คดีมีปัญหาว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้หรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเพียงคนเดียวเบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 12 นาฬิกาผู้เสียหายนั่งอยู่ที่บ้าน จำเลยมาถามถึงบ้านนายดาว แดงเจริญผู้ใหญ่บ้าน ผู้เสียหายชี้มือให้จำเลยดูบ้านผู้ใหญ่บ้านห่างไปประมาณ 40 วา จำเลยชวนผู้เสียหายนั่งคุยประมาณ 30 นาที ระหว่างคุยกันจำเลยลุกขึ้นเตะผู้เสียหาย 1 ที ผลักผู้เสียหายล้มลงและใช้ค้อนตีศีรษะผู้เสียหายจนหมดสติ นายคำรณและนายน้องนำผู้เสียหายส่งโรงพยาบาล

เมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัวจึงทราบว่าทรัพย์สินตามฟ้องหายไป ผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 7 วัน แล้วกลับมารักษาที่บ้านอีกประมาณ 1 ปี จึงหายเป็นปกติ หลังเกิดเหตุประมาณ 1 ปีนายดาวผู้ใหญ่บ้านมาเล่าให้ผู้เสียหายฟังว่า สงสัยคนร้ายจะชื่อนายชวน (จำเลย) ทำงานอยู่ที่โรงงานเสถียรภาพผู้เสียหายพาเจ้าพนักงานตำรวจไปติดตามจับจำเลย แต่ไม่พบตัวจำเลย เมื่อวันที่31 มกราคม 2533 ผู้เสียหายพบจำเลยเดินอยู่หน้าธนาคารแห่งหนึ่งจึงพานายดาบตำรวจนรสิงห์ไปจับจำเลยมาดำเนินคดี

ศาลฎีกาเห็นว่าเหตุคดีนี้เกิดตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2525 จำเลยถูกจับเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2533 นับตั้งแต่วันเกิดเหตุถึงวันที่จำเลยถูกจับเป็นระยะเวลาห่างกันร่วม 8 ปี ผู้เสียหายไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าคนร้ายมาก่อน เพิ่งจะเห็นคนร้ายในวันเกิดเหตุเท่านั้น จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้เสียหายจะจำคนร้ายได้ตามที่เบิกความ นอกจากนี้ผู้เสียหายก็เบิกความกลับไปกลับมาไม่อยู่กับร่องกับรอย โดยในการตอบคำถามโจทก์ ผู้เสียหายเบิกความว่า ผู้เสียหายพบจำเลยเดินอยู่หน้าธนาคารแห่งหนึ่ง จึงพานายดาบตำรวจนรสิงห์ไปจับจำเลย แต่ในการตอบคำถามค้านทนายจำเลย ผู้เสียหายกลับเบิกความว่า ตอนเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยนั้นผู้เสียหายไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และไม่ได้ชี้ให้เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลย และในการตอบคำถามติงของโจทก์ผู้เสียหายก็ยืนยันว่าความจริงเจ้าพนักงานตำรวจพบจำเลยที่หน้าธนาคาร แต่บอกให้ผู้เสียหายเบิกความว่าผู้เสียหายเบิกความว่าผู้เสียหายเป็นคนไปพบจำเลยที่หน้าธนาคาร

ยิ่งกว่านั้น ที่ผู้เสียหายเบิกความว่า นายดาวผู้ใหญ่บ้านมาเล่าให้ผู้เสียหายฟังว่าสงสัยคนร้ายจะชื่อนายชวน (จำเลย) ทำงานเป็นคนงานอยู่ที่โรงงานเสถียรภาพผู้เสียหายจึงพาเจ้าพนักงานตำรวจไปจับจำเลย แต่ไม่พบตัวจำเลยนั้นนายดาวกลับเบิกความว่า ตนไม่เคยสืบหาคนร้าย เนื่องจากไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใครจึงแตกต่างกันเป็นพิรุธ จำเลยก็ให้การปฏิเสธตลอดมาพยานหลักฐานของโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้หรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้