Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเมาสุราอยู่ในร้านขายสุรา ผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนบอกให้จำเลยกลับบ้าน จำเลยว่าไม่เมาจะกลับเอง แต่ลุกไม่ขึ้น ผู้เสียหายจึงพยุงให้จำเลย ลุกขึ้นและผู้เสียหายว่าจำเลยพกปืนอยู่จึงบอกจำเลยว่า ขอ ปืนมาเก็บ จำเลยจะชักปืนออกมาให้ แต่ผู้เสียหายกลับไปกดมือจำเลยไว้ไม่ให้จำเลยดึงปืนออกมา ปืนของจำเลยอยู่ในสภาพลั่นได้ง่ายถ้าใช้ไม่เป็น การปลดปืนออกจากซองต้องใช้นิ้วสอดเข้าไปที่โกร่งไกปืน กดสปริงพร้อมกับดึงปืนขึ้น การที่ผู้เสียหายเสี่ยงภัยกดมือจำเลยไว้ไม่ยอมให้จำเลยดึงปืนออกมา แล้วปืนเกิดลั่นขึ้นถูกขาผู้เสียหายถึงบาดเจ็บสาหัสนั้น ยังถือไม่ได้ว่า จำเลยกระทำโดยประมาทขาดความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์จำเลยได้ซื้ออาวุธปืนตามแบบ ป.3 แล้ว แต่มิได้นำปืนไปจดทะเบียนรับใบอนุญาต ป.4 ภายในกำหนดเวลา จำเลยจึงมีความผิดฐานมีอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาวุธปืนต้องถูกริบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับไว้จำนวน 1 กระบอกและกระสุนจำนวน 6 นัด ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตและจำเลยได้เสพสุราจนเมาครองสติไม่ได้ในที่สาธารณสถาน ร้อยตำรวจโทคงเดช ชูศรี ได้เข้าพยุงตัวจะพาตัวจำเลยกลับบ้าน และขอปืนจากจำเลยเพื่อเก็บไว้ให้ปลอดภัยแต่จำเลยดิ้นรนขัดขืนและจะชักปืนออกจากซอง ร้อยตำรวจโทคงเดชจึงใช้มือกุมทับมือของจำเลยที่ชักปืนไว้ จำเลยขัดขืนดิ้นรน ใช้มือชักดึงปืนของจำเลยออกจากซองปืน ทำให้กระสุนปืนลั่นขึ้น 1 นัดถูกบริเวณขา ร้อยตำรวจโทคงเดชเป็นบาดแผลสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 378, 300 และพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้อง แต่ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

ฯ อันเป็นกระทงหนัก จำคุก 6 เดือน ปรับ1,000 บาท โทษจำให้รอไว้ 2 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยดื่มสุราที่ร้านขายสุราจนมึนเมา เจ้าของร้านจึงแจ้งให้ร้อยตำรวจโทคงเดชนายร้อยเวรทราบ ร้อยตำรวจโทคงเดชบอกให้จำเลยลุกขึ้นจะพาไปส่งบ้าน จำเลยยังเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดว่า ผมไม่เมา ผมจะกลับเอง ชั้นแรกร้อยตำรวจโทคงเดชพูดบอกจำเลยขอปืนมาเก็บเนื่องจากจะเกิดอันตราย จำเลยก็เอี้ยวตัวจะชักปืนออกมาให้ จากคำเบิกความของสิบตำรวจโทสุชาติที่ว่าซองปืนของกลางถ้าไม่รู้วิธีใช้

เอามือล้วงเข้าไปจับปืนกระตุกขึ้นมาแล้วอาจลั่นขึ้นได้ จะเห็นว่าซองปืนของจำเลยอยู่ในสภาพที่ลั่นได้ง่ายถ้าใช้ไม่เป็น การจะปลดปืนออกจากซองต้องใช้นิ้วสอดเข้าที่โกร่งไกปืน กดสปริงพร้อมกับดึงปืน เมื่อร้อยตำรวจโทคงเดชขอปืนจำเลยมาเก็บ แทนที่ร้อยตำรวจโทคงเดชจะปล่อยให้จำเลยดึงปืนออกมาเองโดยลำพังกลับไปกดมือจำเลยไว้ไม่ให้จำเลยดึงปืนออกมา เมื่อการดึงปืนจะต้องเอานิ้วไปกดสปริงเพื่อให้โกร่งปืนหลุดจากสปริงเสียก่อนประกอบทั้งไกปืนอยู่ใกล้ ๆ กับโกร่งปืน กระสุนจึงได้ลั่นออกมา จากพฤติการณ์ข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดปืนลั่นขึ้นนี้ เป็นการกระทำของร้อยตำรวจโทคงเดชที่เสี่ยงภัยเข้าไปกดมือจำเลยไว้ไม่ยอมให้จำเลยดึงปืนออกมา

คดีจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำการโดยปราศจากความระมัดระวัง ตามวิสัยและพฤติการณ์ เมื่อฟังว่าการกระทำของจำเลยยังไม่เข้าลักษณะประมาทโดยปราศจากความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์แล้ว จึงไม่จำเป็นจะต้องวินิจฉัยฎีกา ข้อ ค. ของจำเลยที่ว่าร้อยตำรวจโทคงเดชเป็นผู้ทำปืนลั่นถูกขาซ้ายของตนเองที่จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยซื้ออาวุธปืนตามแบบ ป.3 มาแล้วแต่มิได้นำปืนของกลางไปจดทะเบียนรับใบอนุญาต ป.4 ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เพราะไม่มีตัวบทกฎหมายกำหนดไว้ว่าเป็นความผิด นั้น เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยมีความผิดฐานมีปืนที่ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่

ศาลล่างทั้งสองศาลไม่ได้ฟังว่าการที่จำเลยมิได้นำปืนของกลางไปจดทะเบียนรับใบอนุญาต ป.4 เป็นความผิด หากแต่ว่า การที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนตามแบบ ป.3 แล้วจำเลยไม่ได้นำปืนไปให้นายทะเบียนท้องที่ทำเครื่องหมาย เพื่อออกใบอนุญาตตามแบบ ป.4 ให้ จำเลยจะอ้างใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน ซึ่งหมดอายุตามที่กฎหมายระบุไว้มาเป็นข้อแก้ตัวให้จำเลยพ้นผิดไม่ได้เท่านั้นการที่จำเลยมีอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ จึงมีความผิดตามเหตุผลที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดวง ดีวาจิน · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้