Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2374/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้เช่าและรับมอบที่พิพาทที่เช่ามาจากผู้ให้เช่าแล้ว การเช่ามีกำหนดคราวละ 1 ปี โจทก์ได้ต่อสัญญาและชำระค่าเช่าทุกปีตลอดมา แม้โจทก์ยังไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาท แต่ได้ให้จำเลยอาศัยปลูกกระต๊อบอยู่ ต่อมาจำเลยรื้อกระต๊อบปลูกเป็นอาคารห้องแถวไม่ถาวรในที่พิพาทโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่พิพาทแล้ว เมื่อจำเลยปลูกห้องแถวไม้ในที่พิพาทหลังจากโจทก์มีสิทธิครอบครองโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ ก็ย่อมเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ๑ แปลง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๔ ติดต่อกันมาทุกปี เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๗ จำเลยได้ปลูกสร้างห้องไม้ชั้นเดียวลงในที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีสิทธิ ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินที่เช่า โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอน แต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทพร้อมทั้งรื้อถอนห้องไม้ออกไปด้วย ให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

จำเลยให้การว่า ที่ดินที่โจทก์อ้างว่าเช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทยตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้องนั้นจะอยู่ตรงไหน มีอาณาเขตติดต่ออย่างไร จำเลยไม่ทราบ หากโจทก์จะได้เช่าที่ดินดังกล่าวก็เพิ่งเช่า หาได้เช่าตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๔ ไม่ จำเลยไม่เคยปลูกห้องแถวในที่ดินที่โจทก์เช่าจากการไฟรถแห่งประเทศไทย บ้านของจำเลยเป็นห้องแถวไม้ปลูกอยู่ในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งโจทก์ทราบและเห็นตั้งแต่เริ่มสร้างแต่มิได้ทักท้วง เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๑๗ จำเลยได้ต่อเติมบ้านออกไปทางทิศเหนือซึ่งเป็นที่ว่างที่จำเลยครอบครองอยู่ โจทก์ทราบก็มิได้ทักท้วง จำเลยได้ขอเช่าที่ดินตรงที่ปลูกบ้านอยู่ซึ่งมีเนื้อที่ ๘ ตารางเมตรจากการรถไฟแห่งประเทศไทยโดยชำระเงินมัดจำแล้ว และตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินตรงที่จำเลยปลูกบ้านอยู่ จำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทมาก่อน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทก์แล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องพิจารณาต่อไป จึงสั่งให้ลดสืบพยานจำเลยและพิพากษาว่าจำเลยไม่มีนิติสัมพันธกับโจทก์ ตั้งแต่โจทก์เช่าที่พิพาทมา โจทก์ยังไม่เคยเข้าครอบครอง แม้จะได้ความว่าจำเลยปลูกอาคารลงในที่ดินพิพาท การกระทำของจำเลยก็หาเป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานจำเลยและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าโจทก์เช่าที่พิพาทจากการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๔ เนื้อที่ ๑๐๘ ตารางเมตร โจทก์ยังไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาท สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดระยะเวลา ๑ ปี แต่โจทก์ได้ต่อสัญญาและชำระค่าเช่าทุกปีเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ จำเลยได้ขอปลูกกระต๊อบเพื่ออยู่อาศัยในที่พิพาทโดยจำเลยรับว่าหากโจทก์จะใช้ที่ดิน จำเลยก็จะรื้อถอนกระต๊อบออกไป โจทก์ยังไม่จำเป็นต้องใช้ที่พิพาทในขณะนั้น จึงอนุญาตให้จำเลยปลูกกระต๊อบอยู่อาศัยตลอดมาจนถึงปี พ.ศ.๒๕๑๗ จำเลยได้รื้อกระต๊อบเก่าปลูกอาคารห้องแถวไม้ถาวรขึ้นใหม่โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยรื้อถอนออกไป แต่จำเลยกลับอ้างว่าได้ขอเช่าที่พิพาทจากการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว

หากข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบแล้วการที่โจทก์เป็นผู้เช่าและรับมอบที่พิพาทจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๔ โดยเช่ามีกำหนดคราวละ ๑ ปี โจทก์ได้ต่อสัญญาและชำระค่าเช่าทุกปีตลอดมา จำเลยเพิ่งได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ปลูกกระต๊อบในที่พิพาทเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ แล้วรื้อปลูกเป็นอาคารห้องแถวไม่ถาวร เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ เช่นนี้ย่อมจะถือได้ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่พิพาทแล้ว เมื่อจำเลยเข้าไปปลูกห้องแถวไม้ในที่พิพาทหลังจากโจทก์มีสิทธิครอบครองโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ ก็ย่อมเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิสัณห์ ลีตเวทย์ · ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายโนรี จันทร์ทร
ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้