Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2373/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 6 นิ้ว แทงผู้เสียหายขณะหันหลังให้ จำเลยย่อมมีโอกาสที่จะเลือกแทง และแทงที่ใกล้สะบักซ้ายถึง 2 แผล อันเล็งเห็นได้ว่าอาจถูกอวัยวะสำคัญภายในถึงตายได้ บาดแผลดังกล่าวทำให้มีเลือดและลมในช่องปอด ต้องเจาะเอาเลือดออกเมื่อผู้เสียหายหันกลับมา จำเลยยังจ้วงแทงอีก 2 ครั้ง หากไม่ยกข้อศอกขึ้นรับก็คงจะถูกแทงที่หน้าอกอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญแห่งร่างกาย ดังนี้จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำคุก 10 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมแทงทำร้ายผู้เสียหาย จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายถึงสาหัส คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีเจตนาที่จะฆ่าผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า เหตุที่จะเกิดเป็นคดีนี้ก็เพราะจำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นหัวหน้าของจำเลยรายงานต่อผู้จัดการบริษัทที่จำเลยทำงานอยู่ด้วยว่าจำเลยทำงานไม่เป็น เป็นเหตุให้บริษัทเลิกจ้างจำเลย จำเลยจึงมีความโกรธเคืองและมาดักคอยทำร้ายผู้เสียหายที่ปากซอยทางเข้าบ้าน โจทก์มีนายบุญธรรม ปลื้มกมล ซึ่งทำงานอยู่บริษัทเดียวกับจำเลย เบิกความเป็นพยานว่าเมื่อเวลาประมาณ 17.00 นาฬิกา

ก่อนที่จะเกิดเหตุ จำเลยได้มาพูดกับพยานว่า จะเอาเลือดหัวหน้าให้ได้ ซึ่งหมายความถึงผู้เสียหาย พร้อมกับเอามีดปลายแหลมออกมาให้ดูด้วยเป็นมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 คืบ ต่อมาเวลาประมาณ 17 นาฬิกาเศษผู้เสียหายก็ถูกจำเลยแทงด้วยมีดปลายแหลม ซึ่งคงจะเป็นมีดเล่มเดียวกับที่จำเลยให้นายบุญธรรมดูนั่นเอง หาใช่มีดที่จำเลยอ้างว่าเพิ่งคว้ามาจากข้างแปลงไม้ดอกดังที่จำเลยนำสืบไม่ ผู้เสียหายเบิกความว่า ขณะผู้เสียหายเลิกงานเดินมาถึงปากซอยจะเข้าบ้านได้พบจำเลยซึ่งมารออยู่ก่อน จำเลยเรียกให้ผู้เสียหายเข้าไปหา และต่อว่าผู้เสียหายว่าผู้เสียหายพูดว่าจำเลยทำงานไม่เป็น ผู้เสียหายตอบว่าผู้เสียหายไม่เกี่ยว พูดแล้วก็หันหลังกลับจะเดินเข้าบ้าน

ทันใดก็รู้สึกตัวว่าถูกแทง 2 ครั้ง ผู้เสียหายหันกลับมาก็เห็นจำเลยถือมีดปลายแหลมยาวประมาณ 6 นิ้ว และจ้วงแทงอีก ผู้เสียหายยกข้อศอกซ้ายขึ้นรับไว้ จึงมีบาดแผลที่ข้อศอกซ้ายและเหนือข้อศอกซ้ายอีก 2 แผล ผู้เสียหายไม่ได้ชกต่อยจำเลยแต่อย่างใด บาดแผลของผู้เสียหายปรากฏตามที่ศาลชั้นต้นตรวจและบันทึกไว้ว่าผู้เสียหายมีบาดแผลถูกแทงที่ด้านหลัง 2 แผล แผลแรกถูกแทงที่ใกล้สะบักซ้าย แผลที่ 2 อยู่เยื้องลงมาห่างแผลแรกประมาณ 5 นิ้ว และที่ข้อศอกซ้ายมีแผลอยู่ 2 แผล ตรงตามคำผู้เสียหาย คำผู้เสียหายจึงประกอบด้วยเหตุผล เชื่อได้ว่าจำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายทางด้านหลังขณะที่ผู้เสียหายหันหลังจะเดินเข้าบ้านโดยไม่รู้ตัวว่าจะถูกจำเลยทำร้าย

เมื่อถูกแทงแล้วผู้เสียหายหันกลับมาก็ถูกจำเลยจ้วงแทงอีกผู้เสียหายจำเป็นต้องยกข้อศอกขึ้นรับแล้วก็วิ่งหนีไป ที่จำเลยนำสืบว่า ผู้เสียหายชกต่อยและเตะจำเลยก่อน จำเลยสู้ไม่ได้ จึงคว้ามีดขึ้นมาแทงป้องกันตัวนั้น คงมีแต่คำจำเลยเองซึ่งเบิกความลอย ๆ ขัดต่อสภาพบาดแผลของผู้เสียหาย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้มีดแทงทำร้ายข้างเดียวโดยผู้เสียหายได้ทำร้ายจำเลยไม่ การที่จำเลยใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 6 นิ้วแทงผู้เสียหายขณะที่ผู้เสียหายหันหลังให้จำเลย จำเลยย่อมมีโอกาสที่จะเลือกแทง และจำเลยแทงผู้เสียหายที่ใกล้สะบักซ้ายถึง 2 แผล อันเล็งเห็นได้ว่าอาจถูกอวัยวะสำคัญภายในถึงตายได้ เมื่อผู้เสียหายหันกลับมาจำเลยยังจ้วงแทงผู้เสียหายอีก 2 ครั้งผู้เสียหายยกข้อศอกขึ้นรับไว้จนมีบาดแผลปรากฏอยู่

ถ้าผู้เสียหายไม่ยกข้อศอกขึ้นรับ ก็คงจะถูกแทงที่หน้าอกอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญแห่งร่างกาย บาดแผลของผู้เสียหายที่ถูกแทงทางด้านหลังนั้นปรากฏตามรายงานการตรวจชันสูตรของแพทย์ว่า ทำให้มีเลือดและลมในช่องปอดซ้าย แพทย์หญิงพนอศักดิ์ กองกาญจน์ ผู้ตรวจรักษาผู้เสียหายเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าในการรักษาผู้เสียหาย พยานได้เจาะเอาเลือดซึ่งตกเข้าไปในช่องปอดออก ผู้เสียหายได้รับอันตรายจากการทำร้ายของจำเลยถึงสาหัส ตามพฤติการณ์ดั่งได้ความมาเห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าผู้เสียหาย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7139/2553

ขณะเกิดเหตุจำเลยเหน็บอาวุธปืนพกไว้ที่เอวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจำเลยตาม โจทก์ร่วมออกมาที่รถดึงประตูด้านคนขับเปิดนั้น จำเลยมีโอกาสดีที่จะชักอาวุธปืนที่เหน็บที่เอวออกมายิงใส่โจทก์ร่วมซึ่งจะสามารถฆ่าโจทก์ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2553

จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียหายที่ 2 ที่อยู่บริเวณหน้าร้าน กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกยิงบริเวณหัวไห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2553

จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมาในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดทำจากใบเลื่อยยาวถึง 1 เมตร ฟันบริเวณแสกหน้าของผู้เสียหายที่ 1 แต่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้มือรับไว้ จึงทำให้เอ็นนิ้วนางและนิ้วก้อยของผู้เสีย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้