Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในวันเกิดเหตุ ป. นำใบมอบอำนาจของ อ. มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าโฉนดที่ดินของ อ. หายไป โดยมีจ่าสิบตำรวจ ส. เป็นผู้ลงบันทึกประจำวันไว้และต่อมาจำเลยได้ร่วมกับ ร. ไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินขอให้ออกโฉนดที่ดินของ อ. ฉบับใหม่ โดยแสดงหลักฐานหนังสือที่ อ. มอบอำนาจให้ ร. มาขอออกโฉนดที่ดินใหม่ และสำเนารายงานประจำวันที่ ป. ไปแจ้งความว่าโฉนดที่ดินของ อ. สูญหาย โดยจำเลยให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานที่ดินรับรองว่า อ. มอบอำนาจให้ ป. ไปแจ้งความโฉนดที่ดินของ อ. สูญหายนั้นเป็นความจริง แม้ข้อความที่ ป. นำไปแจ้งความนั้นเป็นเท็จ แต่ในวันที่ ป. ไปแจ้งความจำเลยมิได้ไปกับ ป. ด้วย และโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ร่วมกับ ป. ในการไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนพยานหลักฐานโจทก์จึงไม่น้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกับ ป. แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน และแจ้งให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีอันเป็นเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิดโดยจำเลยมอบหนังสือมอบอำนาจของนายอำนวยให้นายประทวนไปแจ้งต่อร้อยตำรวจเอกบุญเกิดเรเฮือง เจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่ให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีอันเป็นเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานหรือใช้เป็นหลักฐานในการออกโฉนดที่ดินฉบับใหม่ว่า ได้รับมอบอำนาจจากนายอำนวยให้แจ้งความแทนเรื่องทำโฉนดที่ดินสูญหายไป ซึ่งเป็นความเท็จความจริงนายอำนวยได้นำโฉนดที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่นางสาววันเพ็ญ ทิพย์ศิริโอภาส และนางสาววันเพ็ญได้รักษาโฉนดที่ดินไว้ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นางสาววันเพ็ญ ร้อยตำรวจเอกบุญเกิดและผู้อื่นหรือประชาชนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90,137, 267จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 267 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 4 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามคำแก้ฎีกาของจำเลยเป็นอันดับแรกว่า ฎีกาของโจทก์มิได้กล่าวโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง, 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 จริงหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกับพวกร่วมกันแจ้งความเท็จต่อร้อยตำรวจเอกบุญเกิด เรเฮือง เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีอันเป็นเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานว่าได้รับมอบอำนาจจากนายอำนวยให้แจ้งความแทนเรื่องทำโฉนดที่ดินหาย ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงโฉนดที่ดินดังกล่าวอยู่ที่นางสาววันเพ็ญ ทิพย์ศิริโอภาส

ผู้ซึ่งนายอำนวยนำที่ดินไปจำนองไว้ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นางสาววันเพ็ญ ร้อยตำรวจเอกบุญเกิดและผู้อื่นหรือประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 137, 267 ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้แจ้งความเท็จต่อนายสงวน มูลพันธ์ เจ้าพนักงานที่ดินให้จดข้อความอันเป็นเท็จว่าโฉนดที่ดินของนายอำนวยสูญหายเพื่อขอออกใบแทนโฉนดที่ดินซึ่งนายสงวนก็ได้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อประกอบการขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน น่าจะเกิดความเสียหายแก่นางสาววันเพ็ญ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 และลงโทษจำเลยตามมาตรา 267 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

จำคุก 4 ปี เห็นได้ชัดเจนว่าศาลชั้นต้นนำข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์มิได้กล่าวในฟ้องและไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษมาลงโทษจำเลย จึงไม่ถูกต้อง จำเลยอุทธรณ์ว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบ และจำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้อง เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นผิดพลาด ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ศาลอุทธรณ์ก็ต้องแก้ไข และพิพากษาความผิดของจำเลยให้ตรงกับข้อเท็จจริง ตามที่โจทก์บรรยายไว้ในคำฟ้อง การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ไปโดยมิได้พิจารณาว่าพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาเพียงพอให้รับฟังลงโทษจำเลยตามฟ้องได้หรือไม่ หรือย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ดังนั้น การที่โจทก์ฎีกาว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาเพียงพอรับฟังลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ จึงถือว่าเป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลฎีกาสมควรพิพากษาความผิดของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องและฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่นั้น โจทก์มีร้อยตำรวจเอกบุญเกิด เรเฮือง ผู้เสียหายมาเบิกความว่าในวันเกิดเหตุขณะที่พยานเข้าเวรเป็นพนักงานสอบสวนมีนายประทวนนำใบมอบอำนาจของนายอำนวยมาแจ้งความว่านายประทวนได้รับมอบอำนาจจากนายอำนวยมาแจ้งความว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 11198 ตำบลทุ่งมหาเมฆ (สาธร) อำเภอยานนาวา กรุงเทพมหานคร ของนายอำนวยหายไปพยานจึงมอบหมายให้จ่าสิบตำรวจสุเทพ

บุญเจริญ เป็นผู้ลงบันทึกประจำวันไว้ โดยมีจ่าสิบตำรวจสุเทพมาเบิกความสนับสนุน ซึ่งพยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวเบิกความยืนยันว่าจำเลยมิได้ไปกับนายประทวน และจ่าสิบตำรวจสุเทพได้ยืนยันว่าในหนังสือมอบอำนาจที่นายประทวนนำไปแจ้งความนั้น ไม่มีชื่อของจำเลยปรากฏอยู่ด้วย แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าข้อความที่นำไปแจ้งนั้นเป็นความเท็จเมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาแสดงให้เห็นว่า จำเลยได้ร่วมกับนายประทวนในการไปแจ้งความต่อร้อยตำรวจเอกบุญเกิดพนักงานสอบสวน แม้โจทก์จะนำสืบได้ว่าต่อมาจำเลยได้ร่วมกับนางปราณี คชสุนทร ไปยื่นคำร้องต่อนายสงวน มูลพันธ์เจ้าหน้าที่ที่ดิน กรมที่ดิน ขอให้ออกโฉนดที่ดินของนายอำนวยฉบับใหม่ โดยได้แสดงหลักฐานหนังสือมอบอำนาจที่นายอำนวยมอบอำนาจให้นางปราณีมาขอออกโฉนดที่ดินใหม่ และสำเนารายงานประจำวันที่นายประทวนไปแจ้งความไว้ว่าโฉนดที่ดินของนายอำนวยสูญหายและจำเลยได้ให้ถ้อยคำไว้แก่เจ้าพนักงานที่ดินรับรองว่าตามที่นายอำนวยมอบอำนาจให้นายประทวนไปแจ้งความว่าโฉนดที่ดินของนายอำนวยสูญหายนั้น เป็นความจริงก็ตาม

พยานหลักฐานโจทก์ก็ยังไม่เพียงพอให้มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกับนายประทวนไปแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อร้อยตำรวจเอกบุญเกิดพนักงานสอบสวนและแจ้งให้ร้อยตำรวจเอกบุญเกิดจดข้อความอันเป็นเท็จลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีอันเป็นเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานอันเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้