Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2491

พ.ศ. 2491 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในเรื่องเรือใบกับเรือกลไฟชนกัน เมื่อเจ้าของเรือใบมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือกลไฟจะต้องนำสืบก่อนในข้อที่จะไม่ต้องรับผิด ส่วนจำนวนค่าเสียหายเป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือใบจะต้องนำสืบก่อนในเรื่องเรือชนกัน เมื่อศาลชั้นต้นกะหน้าที่นำสืบก่อนหลังผิดไป และคู่ความได้นำสืบไปตามนั้นแล้ว แม้ฎีกาของคู่ความที่คัดค้านในข้อนี้ฟังขึ้น ศาลฎีกาก็ไม่ย้อนสำนวนให้สืบพยานกันใหม่เพียงแต่ปรากฏว่า ผู้อุทธรณ์ไปนำเจ้าพนักงานส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วันไป 4 วันนับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้นยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่ายคดี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเรือภานุรังษีเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เป็นนายเรือ จำเลยที่ 3 เป็นผู้นำร่อง จำเลยที่ 4 เป็นนายท้ายได้แล่นชนเรือฉลอมท้ายญวนของโจทก์จม โดยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2, 3, 4 ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา โจทก์ต้องเสียหาย จึงขอให้จำเลยใช้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เรือโจทก์เป็นฝ่ายผิด แล่นตัดหน้าเรือจำเลยในระยะใกล้ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องส่วนข้อที่โจทก์ร้องว่า จำเลยทิ้งฟ้อง (อุทธรณ์) นั้น ปรากฎว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์วันที่ 29 สิงหาคม 2489 ศาลแพ่งออกหมายถึงทนายโจทก์ลงวันที่ 2 กันยายน 2489ให้แก่อุทธรณ์ภายใน 15 วันรายงานกองหมายลงวันที่ 18 กันยายน นั้นว่าทนายจำเลยที่ 1 นำนักการส่งหมายให้แก่ฝ่ายโจทก์ได้ในวันนั้น

ไม่ปรากฏว่ากองหมายได้รับหมายส่งฟ้องอุทธรณ์วันใด และวันที่ 18 กันยายนที่ส่งหมายได้นั้น เป็นวันที่จำเลยนำส่งหมายให้นัดแรกหรือไม่ไม่ปรากฏจึงเห็นว่ายังไม่มีเหตุที่พอที่จะชี้ขาดว่าจำเลยทิ้งฟ้องจึงยกคำร้องโจทก์โจทก์ฎีกาขึ้นมาทั้ง 2 กรณีศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิด โดยแล่นเรือตัดหน้าเรือจำเลยส่วนข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนนั้นแม้จะไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 439 เพราะเรือจำเลยใช้เครื่องจักรกลจำเลยย่อมมีหน้าที่นำสืบก่อนก็ดี แต่ก็คงมีประเด็นค่าเสียหายที่โจทก์จะต้องนำสืบก่อนอยู่เหมือนกัน และแม้ศาลฎีกาจะสั่งให้จำเลยกลับสืบใหม่ ก็คงไม่มีผลทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป เพราะคู่ความต่างได้สืบพยานจนสิ้นกระแสความแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะให้สืบพยานใหม่ในข้อทิ้งฟ้อง ก็เห็นว่าตามพฤติการณ์ที่ปรากฏ ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะให้ถือว่า จำเลยได้ทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันจะถึงแก่ทำให้จำหน่ายคดี

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิต · มนูภันย์วิมลสาร · สารนิติปัญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้