Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2366/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับ จ. เข้าหุ้นส่วนซื้อที่ดินมาเพื่อจัดสรรขาย ต่อมา จ. ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ จ. ได้โอนที่ดินให้จำเลยที่ 2 และขอออกโฉนดที่ดินให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวโจทก์และจำเลยทั้งสองได้ตกลงกันให้โจทก์มีหุ้น 1 ใน 3 และคิดบัญชีแบ่งหุ้นกัน โจทก์ตกลงขายหุ้นส่วนของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้มอบให้โจทก์ โดยยอมผ่อนชำระเงินให้โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ชำระเงินไม่ครบ จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินที่เหลือให้โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จ.ไม่เคยเข้าหุ้นส่วนกับโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่เคยตกลงให้โจทก์เข้าหุ้นในที่ดิน 1 ใน 3 และไม่เคยตกลงซื้อหุ้นและทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้ ศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงว่า โจทก์กับ จ. เป็นหุ้นส่วนโดยชอบหรือไม่และจำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เพียงใด ดังนี้ การที่ศาลอุทธรณ์แยกประเด็นขึ้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์เพียงใดหรือไม่และฟังว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงแบ่งหุ้นกัน แล้วโจทก์ขายหุ้นให้จำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1ทำหนังสือรับสภาพหนี้กับสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้โจทก์แต่ชำระยังไม่ครบ จึงเป็นการที่วินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นในคำฟ้องและคำให้การนั่นเอง หาเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์และนายจูเพ็ก เซ่งเหลียนตกลงเข้าหุ้นส่วนลงเงินกันคนละครึ่งซื้อที่ดินเพื่อเอามาจัดสรรขายหากำไรแบ่งกัน โดยซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)เล่ม 2 หน้า 138 เลขที่ 9/3 เนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน 65 ตารางวาจากนายอุ่นในราคา 6,000 บาท โจทก์มอบให้นายจูเพ็กเป็นผู้รับโอนแต่เพียงผู้เดียว ต่อมาวันที่ 2 สิงหาคม 2523 นายจูเพ็กถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ได้เป็นผู้จัดการมรดกของนายจูเพ็กเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2523 จำเลยที่ 1 โอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาของนายจูเพ็ก วันที่ 6 พฤษภาคม 2524เจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวเป็น 2 โฉนด คือโฉนดเลขที่ 4782 และ 4783 ให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ทั้งสองโฉนด

โจทก์กับจำเลยทั้งสองตกลงกันให้โจทก์มีหุ้น 1 ใน 3วันที่ 16 พฤศจิกายน 2526 โจทก์กับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายจูเพ็กและในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ได้คิดบัญชีแบ่งหุ้นที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ตามสิทธิโดยหักส่วนที่โจทก์ยังค้างออกไปโจทก์คงได้รับคิดเป็นเนื้อที่ 1,553 ตารางวา ที่ดินส่วนของโจทก์นี้โจทก์ตกลงขายให้แก่จำเลยที่ 1 ในราคาตารางวาละ 650 บาท คิดเป็นเงิน 1,009,450 บาท จำเลยที่ 1 ตกลงรับซื้อหุ้นและทำหนังสือรับสภาพหนี้มอบไว้แก่โจทก์ ยอมชำระเงินบางส่วน 120,000 บาทผ่อนชำระเป็น 2 งวด งวดละ 60,000 บาท ได้จ่ายให้โจทก์ในวันที่1 ธันวาคม 2526 และวันที่ 15 ธันวาคม 2526 ส่วนเงินที่เหลือจะผ่อนชำระให้โจทก์เดือนละ 20,000 บาท

นับแต่วันที่ 20 มกราคม 2527เป็นต้นไปจนกว่าจะครบจำนวน ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้สั่งจ่ายเช็คให้โจทก์หลายฉบับรวมเป็นเงิน 470,000 บาท ยังค้างชำระอยู่อีก539,450 บาท จำเลยที่ 1 ไม่ชำระเงินให้โจทก์ โจทก์ทวงถามก็ขอผัดผ่อนเรื่อยมา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินให้แก่โจทก์539,450 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2530จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การว่า นายจูเพ็กไม่เคยเข้าหุ้นส่วนกับโจทก์ซื้อที่ดินมาจัดสรรหากำไรตามฟ้องแต่นายจูเพ็กเป็นผู้ซื้อที่ดินดังกล่าวแต่ผู้เดียว จำเลยทั้งสองไม่เคยตกลงให้โจทก์เข้าหุ้นในที่ดิน 1 ใน 3 ตามฟ้อง การที่นายจูเพ็กซื้อที่ดินดังกล่าวได้เพราะโจทก์เป็นคนติดต่อนายจูเพ็กรับว่าจะให้ค่าตอบแทน

เมื่อนายจูเพ็กถึงแก่ความตายจำเลยที่ 1 ใช้ค่าตอบแทนให้โจทก์ 300,000 บาทเศษ โจทก์อ้างว่าไม่พอและอ้างว่าเป็นหุ้นส่วนด้วย จำเลยที่ 1 จึงสั่งจ่ายเช็คให้อีก200,000 บาทเศษ จำเลยทั้งสองไม่เคยตกลงซื้อหุ้นและทำหนังสือรับสภาพหนี้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับว่า ให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกและจำเลยที่ 2 ร่วมกันใช้เงินจำนวน 539,450 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินต้นดังกล่าวนับแต่ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ 2 เมษายน 2530)ต้องไม่เกินกว่า 4,987 บาทจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงว่า โจทก์กับนายจูเพ็ก เซ่งเหลียน เป็นหุ้นส่วนโดยชอบหรือไม่ และจำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใด การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยกประเด็นขึ้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิด ตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์เพียงใดหรือไม่ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นนั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์กับนายจูเพ็กเข้าหุ้นส่วนซื้อที่ดินมาเพื่อจัดสรรขาย โดยให้นายจูเพ็กเป็นผู้รับโอนแต่เพียงผู้เดียวต่อมานายจูเพ็กถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายจูเพ็ก ได้โอนที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 และขอออกโฉนดที่ดินให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวโจทก์และจำเลยทั้งสองได้ตกลงกันให้โจทก์มีหุ้น 1 ใน 3 ต่อมามีการคิดบัญชีแบ่งหุ้นกัน และโจทก์ตกลงขายหุ้นส่วนของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 1 ในราคาเป็นเงิน 1,009,450 บาท

จำเลยที่ 1 ตกลงรับซื้อและทำหนังสือรับสภาพหนี้มอบให้โจทก์โดยยอมผ่อนชำระเงินให้โจทก์แต่จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์ไม่ครบ โจทก์จึงฟ้องบังคับขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินที่เหลือให้โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่านายจูเพ็กไม่เคยเข้าหุ้นส่วนกับโจทก์ซื้อที่ดินมาจัดสรร และจำเลยทั้งสองไม่เคยตกลงให้โจทก์เข้าหุ้นในที่ดิน 1 ใน 3 ตามฟ้องจำเลยทั้งสองไม่เคยตกลงซื้อหุ้นและทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยกประเด็นขึ้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์เพียงใดหรือไม่และฟังว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงแบ่งหุ้นกัน แล้วโจทก์ขายหุ้นให้จำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามเอกสารหมาย

จ.5กับสั่งจ่ายเช็คตามหนังสือรับสภาพหนี้ชำระหนี้ให้โจทก์ แต่ชำระหนี้ยังไม่ครบ จึงต้องชำระส่วนที่เหลือให้โจทก์ ประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยดังกล่าวจึงเป็นการที่วินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นในคำฟ้องและคำให้การนั่นเอง หาเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สังเวียน รัตนมุง · นิเวศน์ คำผอง · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6454/2558

โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำการโดยทุจริตขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ 2 ได้จดทะเบีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4582/2557

ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่าการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและฝ่าฝืนข้อบังคับของผู้คัดค้าน โดยไม่มีการขอเรียกประชุมจากจำนวนผู้ถือหุ้นครบตามข้อบังคับ ไม่มีคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นไม่ว่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้