Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2361/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำละเมิดเป็นเหตุให้ภริยาโจทก์ถึงแก่ความตายโจทก์นำสืบฟังได้ว่าเมื่อครั้งภริยาโจทก์มีชีวิตอยู่เป็นแม่บ้านจัดการบ้านเรือนด้วยตนเอง เมื่อภริยาโจทก์ถึงแก่กรรมโจทก์ต้องจ้างคนทำงานแทน 2 คนโดยทำหน้าที่ซักผ้า ตักน้ำ ถางหญ้า คนหนึ่งทำครัวกวาดถู-บ้านอีกคนหนึ่ง ดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรค3 ประกอบด้วย มาตรา 1453 การที่ศาลกำหนดจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยชดใช้นั้นมิใช่ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายตั้งแต่วันพิพากษา ศาลเป็นแต่กำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับความเสียหายมาแล้วตั้งแต่วันทำละเมิดและ กฎหมายก็บัญญัติให้ถือว่า จำเลยผิดนัดตั้งแต่วันทำละเมิดจึงต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่จะต้องชดใช้ตั้งแต่วันทำละเมิดการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินก้อน แม้จะขอค่าเสียหายที่คำนวณในอนาคตเข้ามาด้วย จำเลยก็จะต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิด (วรรค 2 วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 21/2514)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์ประจำทางของห้างหุ้นส่วนสงขลาขนส่งจำเลยที่ ๒ โดยความประมาทเป็นเหตุให้ชนเสาและราวสะพานคอนกรีตตกลงไปในคลองระหว่างทางไปจังหวัดปัตตานีนางละม่อม สุนทรลักษณ์ ซึ่งโดยสารไปในรถถึงแก่ความตายและผู้โดยสารอื่น ๆ ได้รับบาดเจ็บ จำเลยที่ ๑ ถูกศาลพิพากษาจำคุกมีกำหนด ๓ ปี ๖ เดือน ตามคดีแดงที่ ๑๙๘๒/๒๕๐๗ ของศาลจังหวัดสงขลา การกระทำของจำเลยที่ ๑ อยู่ระหว่างทางการที่จ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดสงขลาขนส่งจำเลยที่ ๒ โดยนายไถว หวานจิตร ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ส่วนจำเลยที่ ๓ และ ๔ เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ขอให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายของโจทก์ในฐานะสามีและบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของนางละม่อมผู้ตาย

ค่าขาดแรงงานในครัวเรือนและค่าขาดรายได้ของผู้ตายซึ่งมีอาชีพเป็นนายหน้า ค่าทรัพย์สินที่ผู้ตายนำติดตัวไปขณะเกิดเหตุและสูญหาย ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมเป็นเงินซึ่งหักจากได้รับชดใช้จากบริษัทประกันภัยแล้ว ๑๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๖๕,๒๑๘ บาท และให้ชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนับจากวันละเมิด จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ส่วนจำเลยนอกนั้นให้การต่อสู้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ความประมาทเกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยที่ ๑และผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกสวนทางขึ้นมาบนสะพานเกิดเหตุร่วมกันจึงให้จำเลยที่ ๑, ๒ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ๓ ใน ๔ ส่วนในข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์สินหายและผู้ตายมีอาชีพนายหน้าฟังไม่ได้พิพากษาให้จำเลยที่ ๑, ๒ ร่วมกันใช้ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าปลงศพค่ารักษาพยาบาลผู้ตาย รวมเป็นเงินเมื่อหักจากที่โจทก์ได้รับชดใช้จากบริษัทประกันภัยแล้ว ๑๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๗,๙๔๒.๗๕ บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันพิพากษา จนกว่าจะชำระเสร็จหากบังคับไม่ได้หรือขาดเท่าใด ให้บังคับเอาแก่นายไกวจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓, ๔ โจทก์และจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การตายของนางละม่อมเกิดจากการละเมิดของจำเลยที่ ๑ ฝ่ายเดียว สมควรกำหนดค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายเพิ่มขึ้นโดยให้นายสว่างโจทก์ได้รับ ๓๕,๐๐๐ บาท นางสาวสุปราณีเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท เด็กหญิงพิมพรรณเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยเห็นสมควรให้คิดนับแต่วันทำละเมิด พิพากษาแก้ ให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว และเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ตายจำนวน ๒,๒๕๗ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงิน ๒ จำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันทำละเมิดนอกนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า การละเมิดเกิดขึ้นเพราะความผิดของจำเลยที่ ๑ฝ่ายเดียวเช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ แต่ในเรื่องค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่โจทก์อ้างว่าเป็นการขาดค่าแรงงานนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์นำสืบฟังได้ว่าเมื่อครั้งภริยาโจทก์มีชีวิตอยู่ เป็นแม่บ้านจัดการบ้านเรือนด้วยตนเองเมื่อภริยาโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์ต้องจ้างคนทำงานแทน ๒ คน โดยทำหน้าที่ซักผ้า ตักน้ำ ถางหญ้า คนหนึ่ง ทำครัว กวาดถูบ้าน อีกคนหนึ่ง

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๓ วรรคท้ายประกอบด้วยมาตรา ๑๔๕๓และกำหนดให้เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๘๐๐ บาท ส่วนนางสาวสุปราณีผู้เยาว์ขณะเกิดเหตุมีอายุ ๑๙ ปี ศาลอุทธรณ์ให้ค่าขาดไร้อุปการะเป็นเงิน๑๕,๐๐๐ บาท มากไปเห็นสมควรคิดค่าขาดไร้อุปการะให้เพียง ๙,๐๐๐ บาท ในปัญหาที่ว่า ค่าสินไหมทดแทนในเงินจำนวน ๔,๘๐๐ บาทข้างต้นนี้จำเลยจะต้องเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันใด

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่ศาลกำหนดจำนวนค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยชดใช้นั้น มิใช่ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายนับแต่วันพิพากษาศาลเป็นแต่กำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับมาแล้วตั้งแต่วันทำละเมิด และกฎหมายบัญญัติให้ถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันทำละเมิดจึงต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่จะต้องชดใช้ตั้งแต่วันทำละเมิด การที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินก้อน แม้จะขอค่าเสียหายที่คำนวณในอนาคตเข้ามาด้วยจำเลยก็ต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้นายสว่างโจทก์ในฐานะสามีผู้ตาย ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนอีกเป็นเงิน ๔,๘๐๐ บาท ส่วนนางสาวสุปราณีให้ได้รับค่าขาดไร้อุปการะเป็นจำนวนเงินเพียง ๙,๐๐๐ บาท และให้จำเลยเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินสองจำนวนข้างต้นนับแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ บุปผเวส · สนับ คัมภีรยส
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นายถาวร ตันตราภรณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ ทิพยมนตรี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้