Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2358/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การฟ้องขอให้เพิกถอนการขายฝากที่ดินซึ่งอ้างว่าได้กระทำขึ้นโดยไม่สุจริตและฉ้อฉลทำให้โจทก์เสียเปรียบนั้น จะต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2512 โจทก์ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางโกศล ทรงบำเรอ และในฐานะส่วนตัวเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรี ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 247/2513 เรื่องผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแปลงพิพาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ ถ้าโอนไม่ได้ให้คืนเงิน 20,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย ขณะคดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาขายฝากที่พิพาทไว้กับจำเลยที่ 2 มีกำหนดไถ่คืนในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน ต่อมาวันที่ 27 มีนาคม2517 ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่านางโกศลได้ตกลงจะขายที่พิพาทให้โจทก์จริง แต่จำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับโอนมรดกจากนางโกศลได้ขายฝากที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 แล้ว จึงบังคับให้โอนให้โจทก์ไม่ได้ ให้จำเลยคืนเงิน 20,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย

ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ได้ไถ่ที่พิพาทคืน หลุดเป็นสิทธิของจำเลยที่ 2การซื้อขายที่พิพาทเป็นไปโดยไม่สุจริต เป็นการฉ้อฉลและยักย้ายทรัพย์เพื่อจะมิให้โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องได้รับการชำระหนี้เมื่อชนะคดี ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้โจทก์ ถ้าไม่สามารถโอนได้ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหาย 80,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทกับจำเลยที่ 2 ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 247/2513 ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงเหตุที่ขอให้ศาลเพิกถอนการขายฝากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 247/2513 โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางโกศล จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นข้อกฎหมายว่า (1)

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง (2) เป็นฟ้องซ้ำ และ (3) ฟ้องโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริง โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าที่พิพาทเดิมเป็นของโจทก์ได้ขายฝากไว้กับนางโกศลและขาด (มิได้ไถ่คืน) นางโกศลให้โจทก์ซื้อคืนในราคา 20,000 บาท โจทก์ได้ผ่อนชำระให้นางโกศลครบ 20,000 บาทนางโกศลตาย จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกได้ขายฝากที่พิพาทให้จำเลยที่ 2เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2512 กำหนดไถ่คืนภายใน 1 ปี วันที่ 15 กรกฎาคม 2512โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ขอเรียกเงิน 20,000 บาทคืน และต่อมาได้ถอนฟ้องปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 260/2512 ของศาลจังหวัดชลบุรี วันที่ 25กันยายน 2512

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้โจทก์ถ้าไม่สามารถโอนได้ให้คืนเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 247/2513 วันที่ 21 เมษายน 2513 จำเลยที่ 1 ไถ่ถอนการขายฝากจากจำเลยที่ 2 และขายฝากต่อมีกำหนด 1 ปี 6 เดือนในวันเดียวกันนั้น วันที่ 24 เมษายน 2513

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ขอใช้สิทธิของลูกหนี้ขอถอนการขายฝาก และต่อมาได้ถอนฟ้องปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 160/2513 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 247/2512 ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 20,000 บาทคืนให้โจทก์ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานและวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 เกินกำหนด 1 ปีนับแต่ทราบเรื่องการขายฝากโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนการขายฝากที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยทั้งสองโดยอ้างว่ากระทำโดยไม่สุจริตและฉ้อฉลทำให้โจทก์เสียเปรียบโจทก์จะต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 ได้ความว่าได้มีการทำนิติกรรมขายฝากที่พิพาท 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 25 กันยายน 2512กำหนดไถ่คืน 1 ปี ครั้งหลังวันที่ 21 เมษายน 2513 โดยจำเลยที่ 1 ไถ่คืนแล้วขายฝากใหม่ในวันเดียวกันนั้น กำหนดไถ่คืน 1 ปี 6 เดือน การขายฝากครั้งหลังเป็นการเพิ่มเงินและขยายเวลาไถ่คืน เป็นการขายฝากรายเดียวกันนั่นเอง เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2513

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ขอใช้สิทธิลูกหนี้ขอไถ่ถอนการขายฝากที่พิพาทตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 160/2513 ของศาลจังหวัดชลบุรี โดยอ้างถึงการขายฝากครั้งแรก จำเลยที่ 2 ได้กล่าวไว้ในคำให้การว่าจำเลยที่ 1 ได้ขอให้จำเลยที่ 2 ขยายเวลาไถ่ถอนการขายฝากต่อไปอีก 18 เดือน โจทก์ได้ยื่นคำแถลงในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม2513 ว่าได้ทราบหลักฐานการขยายเวลาขายฝากแล้ว ไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไปขอถอนฟ้อง ดังนี้เห็นได้ว่าถ้าการขายฝากรายนี้เป็นการฉ้อฉลโจทก์ โจทก์ก็รู้มาเกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประถม วิเชียรเนตร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้