คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 264,265, 268จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 264, 265, 268 ลงโทษตามมาตรา 268 บทเดียวจำคุก 2 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปีพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่สมควรรอการลงโทษให้ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและขอรอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาเพียงว่า สมควรลงโทษจำเลยในสถานเบาและควรรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติดีมาโดยตลอด จำเลยไม่เคยทำผิดมาก่อน สมควรเปิดโอกาสให้จำเลยได้ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงให้รอการลงโทษไว้ แต่ให้วางโทษปรับอีกสถานหนึ่ง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่งศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และมาตรา 265 รวมกันมาเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อจำเลยมีความผิดตามมาตรา 265ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้วจึงไม่ต้องระบุมาตรา 264 อีก"
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268 ให้ลงโทษตามมาตรา 268 กระทงเดียวให้จำคุก 2 ปีปรับ 3,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี ปรับ 1,500 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2.