Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2356/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การขุดทรายจากแม่น้ำอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ทรายตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยฉบับลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2523 รถยนต์ของกลางที่จำเลยใช้บรรทุกทรายที่จำเลยขุดได้จากแม่น้ำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นยานพาหนะที่ได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด ตาม ป. ที่ดิน มาตรา108 ทวิ วรรคท้าย จึงต้องริบ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 33 ป.ที่ดิน มาตรา 9 ป.ที่ดิน มาตรา 108

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108,108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์2515 ข้อ 11 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ให้ริบรถยนต์ พลั่ว 2 ด้ามของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9 108, 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่29 กุมภาพันธ์ 2515 ข้อ 11 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33

จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 15 วัน และปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30รถยนต์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด คืนเจ้าของของกลางนอกนั้นริบโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ริบรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน80-1789 เลย ของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์และคำรับสารภาพของจำเลยว่า จำเลยทำการจ้างขุดทราบในแม่น้ำเลย อันเป็นสาธารณสมบบัติของแผ่นดินประเภทประชาชนใช้ร่วมกัน และจำเลยใช้รถยนต์ของกลางบรรทุกทราบที่จำเลยขุดได้ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า รถยนต์ของกลาง จำเลยได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่ารถยนต์ของกลางจำเลยใช้บรรทุกทรายที่จำเลยขุดได้จากแม่น้ำเลย อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การขุดทรายเป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ทรายตามประกาศกระทรวงมหาดไทยท้ายฟ้อง ถือได้ว่ารถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่ได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคท้าย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515ข้อ 11 จึงต้องริบรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-1789 เลยของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นที่ชายทะเล และอยู่นอกเขต น.ส. 3 ก. ของบิดาจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าบุคคลใดมีเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1592/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นที่ดินราชพัสดุ เป็นที่ดินของรัฐ และเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดินเพื่อก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13241/2558

แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนต้นยางพาราและทรัพย์สินอื่นที่สร้างอยู่ในที่ดินพิพาทออกไปจากที่ดินพิพาทก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9, 108…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7536/2557

ที่ดินของจำเลยและที่ดินของผู้เสียหายกับที่ดินแปลงอื่นแบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงใหญ่ โดยตกลงให้มีการกันที่ดินทุกแปลงเป็นทางเดินเพื่อออกสู่ซอยราชดำเนิน 3 เพื่อประโยชน์ของเจ้าของที่ดินในกลุ่มนี้และผู้รับโอนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6616/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองป่าที่ดินภูเขากระโดน อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อยู่ในความครอบครองดูแลของกรมธน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้