Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2353/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีบัญชีทั้งหมด 3 เล่ม คือ บัญชีเงินสด บัญชีแยกประเภทและบัญชีรายรับทั่วไป เมื่อเจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไปเพื่อตรวจสอบ โจทก์คงส่งแต่เพียงบัญชีเงินสด เอกสารใบสำคัญคู่จ่าย สัญญารับเหมาก่อสร้าง สำเนาแบบเสียภาษีการค้าและสำเนาใบเสร็จรับเงิน โดยไม่ยอมส่งบัญชีพร้อมทั้งหลักฐานและเอกสารประกอบการลงบัญชีอย่างอื่นให้เจ้าพนักงานประเมินทำการตรวจสอบไต่สวนซึ่งไม่เพียงพอแก่การตรวจสอบ เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายตามมาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากรได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 71

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเจ้าพนักงานประเมินของจำเลย แจ้งและประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้า เบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่เดือนมกราคม -ธันวาคม 2522 จากโจทก์โดยแจ้งให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ซึ่งเมื่อหักภาษีที่โจทก์ชำระแล้ว โจทก์ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มอีก 4,890,578.33 บาท โดยอ้างว่าโจทก์มิได้นำบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวน และได้ประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีบำรุงเทศบาลจากรายรับต่าง ๆ ของโจทก์ซึ่งเมื่อหักภาษีที่โจทก์ชำระแล้ว แจ้งให้โจทก์เสียภาษีการค้าเพิ่มเบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลอีก 665,813.26 บาท โดยอ้างว่าโจทก์เสียไว้ไม่ถูกต้อง

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วคงให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี 2522 เป็นเงิน 4,886,678.32 บาทและให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์เกี่ยวกับภาษีการค้าซึ่งการประเมินและคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเอกสารประกอบการลงบัญชีที่โจทก์ส่งมอบแก่จำเลยเพียงพอที่เจ้าพนักงานประเมินจะตรวจสอบได้ และดจทก์ได้เสียภาษีการค้าไว้ถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าว

จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ไปพบเจ้าพนักงานตามหมายเรียกทั้งจงใจไม่ส่งบัญชีและเอกสารซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบภาษีของโจทก์เจ้าพนักงานไม่อาจตรวจสอบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี 2522 ของโจทก์ได้ จึงประเมินภาษีอากรตามมาตรา 71 (1)แห่งประมวลรัษฎากรและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ วินิจฉัยให้เรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเงิน 4,886,678.32 บาท โจทก์ยื่นรายรับสำหรับภาษีการค้าขาดไป เจ้าพนักงานจึงประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าเบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลเป็นเงิน665,813.26 บาท ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าได้ความจาก อ. ซึ่งเป็นพนักงานบัญชีของโจทก์ในขณะนั้นว่าบริษัทโจทก์มีบัญชีทั้งหมด 3 เล่มคือบัญชีเงินสด บัญชีแยกประเภทและบัญชีรายรับทั่วไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยหมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีพร้อมทั้งหลักฐานและเอกสารประกอบการลงบัญชีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2522 ไปให้ตรวจสอบ อ. ยอมรับว่าโจทก์ไม่สามารถส่งเอกสารให้ตรวจสอบได้อ้างว่าตู้เอกสารของโจทก์ถูกศาลสั่งยึดไว้ ส่วนบัญชีเงินสดปี 2522 โจทก์ว่าได้จัดทำรวมเล่มไว้กับบัญชีปี 2521 แล้วต่อมามีการเตือนให้นำเอกสารตามที่จำเลยต้องการไปส่งอีก อ. ก็คงนำแต่เอกสารใบสำคัญคู่จ่าย สัญญาก่อสร้างที่โจทก์รับเหมาทำสัญญารับเหมาช่วง

สำเนาแบบเสียภาษีการค้าปี 2522 และสำเนาใบเสร็จรับเงินไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีของจำเลย แต่ไม่มีเอกสารตามที่จำเลยต้องการมีการขอเลื่อนการส่งเอกสารหลายครั้งหลายคราวจนจำเลยมีหนังสือแจ้งการประเมินไปยังโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้แน่ชัดว่าโจทก์ไม่ได้นำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีพร้อมทั้งหลักฐานและเอกสารประกอบการลงบัญชีตามที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยต้องการตรวจสอบ แม้โจทก์จะได้นำบัญชีเงินสดของปี 2522 มอบให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยไว้แล้วก็หาเพียงพอแก่การตรวจสอบไม่ เพราะบัญชีที่โจทก์จัดทำนอกจากบัญชีเงินสด ตลอดจนเอกสารประกอบการลงบัญชีของโจทก์ โจทก์ก็ไม่ได้จัดการส่งให้แก่จำเลยให้เพียงพอแก่การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ดังจำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์อ้างว่าโจทก์ส่งเพียงบัญชีเงินสดให้จำเลยตรวจสอบย่อมเพียงพอแล้วจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และเห็นว่าการที่โจทก์ไม่นำเอาเอกสารหรือหลักฐานอื่นมาให้เจ้าพนักงานของจำเลยทำการตรวจสอบไต่สวนเช่นนี้เจ้าพนักงานของจำเลยย่อมมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้บุคคลของโจทก์ในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายตามมาตรา 71 (1) แห่งประมวลรัษฎากรได้ การแจ้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5519/2561

คดีนี้เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มและประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำเลยที่ 1 แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเป็นภาษีอากรประเมิน ซึ่งเมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับแจ้งการประเมินแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9150/2560

บทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร มิได้ห้ามเจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการออกหมายเรียกที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานประเมินยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพราะเห็นว่าหมายเรียกฉบับเดิมมีข้อบกพร่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5932/2552

การที่เจ้าพนักงานประเมินจะเลือกใช้อำนาจประเมินตาม มาตรา 71 (1) แห่ง ป.รัษฎากร ต้องเป็นการใช้โดยมีดุลพินิจที่เหมาะสมแก่กรณีและเป็นธรรมด้วย แม้การที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลภายหลังจากก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 402/2551

ป.รัษฎากร มาตรา 71 บัญญัติว่า "ในกรณีที่ (1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดไม่ยื่นรายการซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้หรือมิได้ทำบัญชีหรือทำไม่ครบตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 17 และม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2549

ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ เนื่องจาก อ. ไม่ยอมส่งมอบบัญชีและเอกสารคืนโจทก์ และโจทก์ไม่สามารถขอใบแทนใบกำกับภาษีจากผู้ออกใบกำกับภาษีได้เพราะโจทก์ไม่ทราบว่ามีใบกำกับภาษีอะไรบ้างนั้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้