Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2352/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ประเภทหนึ่งจึงต้องนำบทบัญญัติลักษณะเช่าทรัพย์มาใช้บังคับด้วยเมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายสัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไปตั้งแต่วันที่รถยนต์สูญหาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 567 ผู้ให้เช่าซื้อจะฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ยังค้างชำระอยู่ตั้งแต่วันที่รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไปหาได้ไม่ แม้ตามสัญญาเช่าซื้อจะกำหนดให้ผู้เช่าซื้อรับผิดชำระค่าเช่าซื้อจนครบในกรณีที่รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกโจรภัยหรือสูญหายก็ตาม แต่การที่ผู้เช่าซื้อตกลงไว้เช่นนั้น ถือได้ว่าผู้เช่าซื้อได้ตกลงที่จะชำระค่าเสียหายให้ผู้เช่าซื้อในกรณีนี้ไว้ด้วย ผู้เช่าซื้อจึงต้องรับผิดแต่ศาลก็มีอำนาจกำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควร

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2530 จำเลยที่ 1ได้เช่าซื้อรถยนต์กระบะดีเซลของโจทก์ไป 1 คัน ในราคาเช่าซื้อเป็นเงิน 269,770 บาท โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันและยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญาเป็นเงิน 45,000 บาท ส่วนที่เหลือตกลงว่าจะชำระให้โจทก์เป็นรายเดือนรวม 36 งวด งวดละ 6,245 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 31มกราคม 2530 จำเลยที่ 1 ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครลาดพร้าวว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อถูกคนร้ายลักไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2530 ตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 5 กำหนดว่าเมื่อทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกโจรภัยหรือสูญหาย จำเลยที่ 1จะต้องรับผิดชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์จนครบ

เงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอยู่ในขณะนั้นเป็นเงิน 224,770 บาท โจทก์ได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ที่เช่าซื้อจากบริษัทจรัญประกันภัยจำกัด แล้ว 160,000 บาท ยังคงเหลือค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1ต้องชำระอีก 64,770 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน64,770 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หลังจากวันทำสัญญาเช่าซื้อเพียง 3 วัน คือเมื่อวันที่ 31 มกราคม2530 รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกคนร้ายลักไป จำเลยที่ 1ได้แจ้งความไว้แล้ว ต่อมาโจทก์ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทจรัญประกันภัย จำกัด เป็นเงิน 160,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ชำระในวันทำสัญญาเป็นเงิน 45,000 บาทแล้วรวมเป็นเงิน 205,000 บาท

เท่ากับราคาที่แท้จริงของรถยนต์ที่เช่าซื้อ ดังนั้นจึงไม่มีความเสียหายอีก สัญญาเช่าซื้อระงับลงตั้งแต่วันที่คนร้ายลักรถยนต์ที่เช่าซื้อไป โจทก์จะเรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อที่เหลืออยู่ทั้งหมดไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 64,770 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยที่ 1ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากโจทก์เป็นเงิน 269,770 บาทดังปรากฏตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.4 โดยมีจำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันและยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ดังปรากฏตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2530 เป็นเงิน 45,000 บาทหลังจากวันทำสัญญาเช่าซื้อเพียง 3 วัน มีคนร้ายลักรถยนต์ที่เช่าซื้อไป ต่อมาบริษัทจรัญประกันภัย

จำกัด ซึ่งรับประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวได้จากจำเลยที่ 1 โดยระบุให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ไปแล้วเป็นเงิน 160,000 บาทรวมเป็นเงินที่โจทก์ได้รับแล้วทั้งสิ้น 205,000 บาทที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอยู่อีก 64,770 บาท เสมือนราคาซื้อขายที่ค้างชำระนั้นศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ประเภทหนึ่งจึงต้องนำบทบัญญัติลักษณะเช่าทรัพย์มาใช้บังคับด้วย เมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไปตั้งแต่วันที่รถยนต์สูญหาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อจะฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ยังค้างชำระอยู่ตั้งแต่วันที่รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไปหาได้ไม่

คดีนี้ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2530 เวลา 9.30 นาฬิกา จำเลยที่ 1แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว ว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อถูกคนร้ายลักไปในวันที่แจ้งความนั้นเอง เวลาประมาณ0.30 นาฬิกา ดังปรากฏตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.6 จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2530 เป็นต้นไป แม้ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.4 ข้อ 5 จะกำหนดให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อรับผิดชำระค่าเช่าซื้อจนครบในกรณีที่รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกโจรภัยหรือสูญหายก็ตาม อย่างไรก็ดี การที่จำเลยที่ 1 ตกลงตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.4 ข้อ 5 เช่นนั้นถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ตกลงที่จะชำระค่าเสียหายให้โจทก์ในกรณีนี้ไว้ด้วยซึ่งศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร และกรณีนี้รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกคนร้ายลักไป

ความสูญหายของทรัพย์ที่เช่าซื้อไม่ใช่ความผิดของจำเลยที่ 1 ทั้งจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในรถยนต์ที่เช่าซื้ออีกต่อไป จึงควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ ตามสมควร ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 64,770 บาท แก่โจทก์ นั้นสูงเกินส่วน เพราะจำเลยที่ 1 ได้ใช้รถยนต์ที่เช่าซื้อเพียง 3 วันและได้ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ไปแล้วเป็นเงิน 45,000 บาท นอกจากนี้บริษัทจรัญประกันภัย จำกัด ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน160,000 บาท จึงเห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์อีกเป็นเงิน 30,000 บาท"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินอีก30,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้