Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป. ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสี่และ ส.ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ภ. โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสองซึ่งเป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้ และพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนได้ แม้จะไม่มีคำร้องทุกข์เพราะมิใช่คดีความผิดต่อส่วนตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนแล้วเสนอความเห็นควรสั่งฟ้อง พนักงานอัยการมีคำสั่งและฟ้องจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานดังกล่าว การสอบสวนและอำนาจฟ้องเป็นไปโดยชอบทุกขั้นตอน แม้ต่อมาในชั้นพิจารณาข้อเท็จจริงจะต่างจากฟ้องก็เป็นอำนาจศาลที่จะพิพากษาตามที่พิจารณาได้ความตามกฎหมาย หาเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนถึงอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และอำนาจฟ้องของโจทก์ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนมีใจความว่า จำเลยทั้งสี่กับนายสารสิทธิ์ หรืออี๊ด จิตสุภาพ และพวกอีกหลายคน ได้ร่วมกันพานางภาวิณีหรือติ๋ม ศิริวรรณ ไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ โดยข่มขืนใจให้จำยอมอยู่ในบังคับ และกระทำตามสั่งโดยไม่ขัดขืน มิฉะนั้นจะทำร้ายให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและร่างกายจนเป็นเหตุให้นางภาวิณีหรือติ๋มกลัวจำต้องยอมอยู่ในบังคับไม่หลบหนี เป็นเหตุให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309วรรคสอง, 310, 83จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคแรก, มาตรา 310 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 83 แต่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เนื่องจากมาตรา 309วรรคแรก กับมาตรา 310 วรรคแรก

มีอัตราโทษเท่ากัน เห็นสมควรให้ลงโทษตามมาตรา 310 วรรคแรก เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจผู้มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมได้กระทำผิดเสียเองให้จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 4คนละ 3 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3โจทก์ทั้งสองสำนวนและจำเลยที่ 1 ที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ที่ 3ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้นางประเมียรได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสี่และนายสารสิทธิ์ จิตสุภาพ ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังนางภาวิณี

ศิริวรรณ โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309วรรคสอง ซึ่งเป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้ และพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนได้แม้จะไม่มีคำร้องทุกข์ เพราะมิใช่คดีความผิดต่อส่วนตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนแล้วเสนอความเห็นควรสั่งฟ้องซึ่งพนักงานอัยการก็ได้มีคำสั่งและฟ้องจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานดังกล่าวต่อศาลเป็นคดีนี้ การสอบสวนก็ดีตลอดจนอำนาจฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ก็ดีเป็นไปโดยชอบทุกขั้นตอน แม้ต่อมาในชั้นพิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏจะไม่ได้ความประจักษ์ครบถ้วนตามฟ้องก็เป็นอำนาจศาลที่จะพิพากษาตามรูปคดีที่พิจารณาได้ความต่อไปตามกฎหมาย

หาเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนถึงอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตลอดจนอำนาจฟ้องของพนักงานอัยการที่เป็นไปโดยชอบแล้วมาแต่แรกเริ่มไม่แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4กระทำผิดตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยซึ่งเป็นการกระทำผิดอย่างหนึ่งที่รวมอยู่ในความผิดที่โจทก์ฟ้อง ย่อมลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 4ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 แต่ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำผิดพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย วิมลเศรษฐ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้