Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นทายาทรับมรดกแทนที่ต้องฟ้องเรียกมรดกจากจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกซึ่งอายุความฟ้องเรียกทรัพย์มรดกในกรณีที่มีผู้จัดการมรดกนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1733วรรคสองเป็นบทจำกัดอายุความฟ้องร้องเป็นกรณีพิเศษให้นับอายุความ5ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงหาใช่นับแต่วันที่รู้ถึงการจัดการมรดกสิ้นสุดลงไม่ ทรัพย์มรดกคงมีที่ดินเพียงแปลงเดียวจำเลยได้โอนที่ดินมรดกโดยจดทะเบียนใส่ชื่อตนและท.เป็นผู้รับมรดกเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่24ตุลาคม2527โดยมิได้จัดการแบ่งมรดกให้แก่โจทก์และเจ้ามรดกไม่มีทรัพย์มรดกอื่นใดที่จะจัดการต่อไปอีกถือว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดลงในวันดังกล่าวแล้วเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นทายาทที่มีสิทธิรับมรดกเห็นว่าการจัดการมรดกไม่ชอบโจทก์ก็ต้องฟ้องภายในเวลาไม่เกิน5ปีนับแต่วันที่24ตุลาคม2527เมื่อโจทก์ทั้งห้าฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่16ตุลาคม2534เกินกว่า5ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงคดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1733วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นางแจ่ม อินทรประสิทธิ์ เจ้ามรดกมีบุตร 3 คนคือ นายปรีชา อินทรประสิทธิ นางทองหล่อ ชาวศรีษะเกษและจำเลย ต่อมานายปรีชาถึงแก่กรรมไปก่อนเจ้ามรดก โจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นบุตรนายปรีชาจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่ ครั้งวันที่7 กุมภาพันธ์ 2524 นางแจ่มเจ้ามรดกถึงแก่กรรมศาลมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกก่อนตายนางแจ่มมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 3386 โดยถือกรรมสิทธิ์รวมกับผู้อื่นในเนื้อที่58 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา เฉพาะส่วนของนางแจ่ม มีอยู่ 7 ไร่ 1 งาน40 ตารางวา ผู้มีสิทธิรับมรดก คือ โจทก์ทั้งห้ามในฐานะผู้รับมรดกแทนที่นายปรีชา นางทองหล่อและจำเลยต่างมีส่วนเท่า ๆ กัน โจทก์ทั้งห้าจึงมีสิทธิรับมรดกตามส่วนจำนวน 2 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวาแต่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ยอมจัดการแบ่งมรดกให้กลับโอนมรดกให้แก่จำเลยและนางทองหล่อ

โจทก์ทั้งห้าเรียกร้องให้จำเลยโอนมรดกส่วนของโจทก์ทั้งห้าแล้ว แต่จำเลยไม่ยินยอม ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนมรดกของนางแจ่ม ตามที่ดินโฉนดเลขที่ 3386 เนื้อที่2 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา ให้แก่โจทก์ทั้งห้าภายใน 7 วัน นับแต่ศาลมีคำพิพากษา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนให้เป็นไปตามคำพิพากษา หากจำเลยไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินตามส่วนให้แก่โจทก์ทั้งห้า ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน 2,940,000 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งห้าจำเลยให้การว่า นางแจ่มไม่มีทรัพย์มรดกกรณีจะเป็นประการใดหากฟังว่าทรัพย์มรดกยังมีอยู่จำเลยก็จัดการทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2527

โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นเวลาเกินกว่า5 ปี จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ ทั้ง ห้า อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 3386 ให้โจทก์ทั้งห้าหนึ่งในสามส่วนของเนื้อที่5 ไร่ 69 ตารางวา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่อาจปฏิบัติได้อีกให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 2,069,000 บาท แก่โจทก์ทั้งห้าจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยคู่ความมิได้โต้เถียงกันว่า นางแจ่มเจ้ามรดกมีบุตร 3 คน คือ นายปรีชานางทองหล่อ และจำเลย นายปรีชา ถึงแก่กรรมก่อนนางแจ่มโจทก์ทั้งห้าเป็นบุตรของนายปรีชา จึงเป็นผู้รับมรดกแทนที่นางแจ่มถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2524 มีทรัพย์มรดกคือที่ดิน 1 แปลง

โฉนดเลขที่ 3386 โดยถือกรรมสิทธิ์รวมกับผู้มีชื่อเฉพาะส่วนของนางแจ่มมีเนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวาหักเป็นทางสาธารณะและคลองสาธารณะรวมเนื้อที่ 2 ไร่ 70 ตารางวาคงเหลือที่ดินเนื้อที่ 5 ไร่ 69 ตารางวา ต่อมาวันที่ 2 ตุลาคม 2527ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่158/2537 ของศาลชั้นต้นและในวันที่ 24 ตุลาคม 2527 จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินมรดกให้แก่ตนเองและนางทองหล่อในฐานะผู้รับมรดกของนางแจ่ม

โจทก์ทั้งห้าจึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2534ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในข้อแรกว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นทายาทรับมรดกแทนที่ต้องฟ้องเรียกมรดกจากจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดก ซึ่งอายุความฟ้องเรียกทรัพย์มรดกในกรณีที่มีผู้จัดการมรดกนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 วรรคสอง บัญญัติว่า"คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกนั้น มิให้ทายาทฟ้องเกินกว่าห้าปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง" ซึ่งบทบัญญัตินี้เป็นบทจำกัดอายุความฟ้องร้องเป็นกรณีพิเศษคือให้นับอายุความ 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง หาใช่นับแต่วันที่รู้ถึงการจัดการมรดกสิ้นสุดลงไม่ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า

ทรัพย์มรดกคงมีที่ดินเพียงแปลงเดียวจำเลยได้โอนที่ดินมรดกโดยจดทะเบียนใส่ชื่อตนและนางทองหล่อเป็นผู้รับมรดกโดยมิได้จัดการแบ่งมรดกให้แก่โจทก์ทั้งห้าเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2527 และเจ้ามรดกไม่มีทรัพย์มรดกอื่นใดที่จะจัดการต่อไปอีก จึงถือว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดลงในวันดังกล่าวแล้วเมื่อโจทก์ทั้งห้าเห็นว่าการจัดการมรดกไม่ชอบ โจทก์ทั้งห้าก็ต้องฟ้องภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2527 เมื่อโจทก์ทั้งห้าฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2534 เกินว่า 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในประเด็นข้ออื่นต่อไปพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ ตันติเตมิท · บุญธรรม อยู่พุก · ปรีชา บูรณะไทย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้