Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลชั้นต้นจดรายงานไว้ว่า ก่อนสืบพยาน โจทก์ยื่นขอระบุพยานเพิ่มเติม ศาลสั่งอนุญาตและจ่ายสำเนาให้จำเลย โจทก์จะนำพยานคนที่ระบุเพิ่มเติมเข้าสืบ แต่จำเลยแถลงคัดค้านขออย่าให้ศาลอนุญาตให้โจทก์นำพยานปากนี้เข้าสืบ ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้โจทก์นำพยานดังกล่าวเข้าสืบได้ ดังนี้ ถือว่าจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติมไว้แล้ว จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายเงินสดหรือผู้ถือ เมื่อโจทก์มีเช็คพิพาทไว้ในความครอบครอง โดย น. ได้นำมาขอแลกเงินจากโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904ก่อนพยานเบิกความ ย่อมต้องสาบานตนว่าจะให้การตามสัตย์จริงและตอบคำถามของศาลในเรื่องนามของตนแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 112,116 เมื่อศาลชั้นต้นเขียนชื่อพยานว่า จ. จึงน่าเชื่อว่าพยานผู้นั้นคือ จ. จริง แต่เหตุใดพยานจึงเซ็นชื่อว่า พ. นั้น เมื่อไม่มีข้อเท็จจริงบ่งชัดว่าเป็นคนละคนกับ จ. ก็จะฟังว่ามิใช่ จ. ยังไม่ถนัด เพราะพยานอาจมีชื่ออีกชื่อหนึ่งก็ได้ เพียงเหตุนี้อย่างเดียวยังไม่พอจะทำให้ ไม่รับฟังคำเบิกความของ จ.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้สลักหลังให้รับผิดใช้เงินตามเช็คจำนวน10,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยไม่เคยสลักหลังรับรองการสั่งจ่ายเงินดังโจทก์ฟ้อง ลายมือชื่อด้านหลังเช็คที่โจทก์ฟ้องเป็นลายมือปลอม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ลายเซ็นสลักหลังเช็คพิพาทเป็นลายเซ็นของจำเลยจริงวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาประการแรกว่าจำเลยอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมลงวันที่ 15 มีนาคม 2517 ไม่ชอบ เพราะขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยมิได้โต้แย้งไว้จึงอุทธรณ์มิได้ ซึ่งจำเลยเห็นว่าจำเลยได้โต้แย้งไว้แล้วศาลฎีกาได้พิเคราะห์ปัญหานี้แล้ว เห็นว่าตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 15 มีนาคม 2517 ศาลชั้นต้นจดไว้ว่า "ฯลฯ ก่อนสืบพยาน โจทก์ยื่นขอระบุพยานเพิ่มเติม ศาลสั่งอนุญาต และจ่ายสำเนาให้จำเลย โจทก์จะนำพยานคนที่ระบุเพิ่มเติมคือ นางสมจิตรเข้าทำการสืบ แต่ฝ่ายจำเลยแถลงคัดค้านว่า ฯลฯ จึงขอคัดค้านอย่าให้ศาลอนุญาตให้โจทก์นำพยานปากนี้เข้าสืบ

ฯลฯ" ศาลชั้นต้นเมื่อได้พิเคราะห์แล้วก็อนุญาตให้โจทก์นำพยานดังกล่าวเข้าสืบได้ ตามรายงานกระบวนพิจารณาเช่นว่านี้ ถือว่าจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติมไว้แล้ว และเมื่อศาลชั้นต้นยังคงสั่งยืนยันตามเดิม จำเลยก็หาจำต้องโต้แย้งต่อไปอีกไม่ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นว่านั้นได้ และศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหานี้ไปทีเดียว โดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหานี้ใหม่ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสอง โจทก์มีสิทธิยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ก่อนเสร็จการสืบพยานหลักฐานของโจทก์ ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน ปรากฏว่าศาลนัดสืบพยานโจทก์พร้อมกับพยานจำเลยในวันที่ 15 มีนาคม 2517 และโจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมในวันนั้นเอง

ก่อนที่จะลงมือสืบพยานโจทก์ ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติมได้จึงชอบแล้ว การที่โจทก์นำนางสมจิตรพยานผู้ที่ได้ระบุเพิ่มเติมเข้าสืบในวันนั้น จึงไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบอย่างใดจำเลยฎีกาต่อไปว่า โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบ จึงไม่มีอำนาจฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายเงินสดหรือผู้ถือ เมื่อโจทก์มีเช็คพิพาทไว้ในครอบครองในฐานะผู้รับเงิน เพราะโจทก์นำสืบได้ว่านางจำเนียรได้นำเช็คพิพาทไปขอแลกเงินจากโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 แล้ว จึงมีอำนาจฟ้องส่วนที่จำเลยฎีกาว่า พยานที่เบิกความในนามนางจำเนียรได้ลงชื่อว่า พิมพรรณ ถือมิได้ว่าเป็นคำให้การของนางจำเนียร จึงไม่ควรรับฟังนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าการที่พยานผู้นี้เบิกความ ย่อมจะต้องสาบานตนว่าจะให้การตามสัตย์จริงและตอบคำถามของศาลในเรื่องนามของตนแล้ว ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 122 และ 116 เมื่อศาลชั้นต้นเขียนชื่อพยานว่านางจำเนียร ก็น่าเชื่อว่าพยานผู้นั้นคือนางจำเนียรจริง แต่เหตุใดพยานจึงเซ็นชื่อว่า พิมพรรณ นั้น เมื่อไม่มีข้อเท็จจริงบ่งชัดว่าเป็นคนละคนกับนางจำเนียร ก็จะฟังว่าพยานผู้นั้นมิใช่นางจำเนียรยังไม่ถนัด เพราะพยานอาจมีชื่ออีกชื่อหนึ่งดังที่เซ็นชื่อไว้ก็ได้

ศาลฎีกาเห็นว่า เพียงเหตุนี้อย่างเดียวยังไม่พอที่จะทำให้ไม่รับฟังคำเบิกความของนางจำเนียรเสียทีเดียวพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บัญญัติ สุชีวะ · สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้