Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ห้องพิพาทและที่ดินเป็นของจำเลยที่ 1 สามีโจทก์ที่1เป็นแต่เพียงผู้เช่าโดยมีโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาและบุตรเป็นบริวาร จำเลยที่ 1 เคยฟ้องขับไล่โจทก์ที่ 1 และสามีออกจากห้องพิพาท ทนายของสามีโจทก์ที่ 1 แถลงต่อศาลว่าผู้เช่ารับว่าจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับห้องพิพาทอีกต่อไป ดังนี้โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นบริวารจึงไม่มีสิทธิอันใดในห้องพิพาทการที่โจทก์ทั้งสองเข้าอยู่ในห้องต่อไปจึงเป็นการเข้าอยู่โดยละเมิด ไม่มีสิทธิครอบครอง และไม่มีการครอบครองตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ฉะนั้นความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ต่อห้องพิพาท จึงไม่อาจเกิดแก่จำเลยซึ่งบุกรุกเข้าไปรื้อห้องพิพาทได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๖ คนมีปืน มีด ฯลฯ ติดตัวไปร่วมกันบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ห้องเลขที่ ๔๘๙/๑๐ อันเป็นอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองโดยไม่มีเหตุอันสมควร เพื่อที่จำเลยกับพวกจะเข้าไปรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวของโจทก์โดยปกติสุข และเพื่อจำเลยกับพวกจะถือเอาอาคารและที่ดินปลูกห้องดังกล่าวไปเป็นของจำเลยด้วยวิธีการอันผิดกฎหมาย และจำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธดังกล่าวข้างต้นงัดรื้อ ทำลายอาคารห้องเลขที่ ๔๘๙/๑๐ของโจทก์ ราคา ๗,๐๐๐ บาท จนเสื่อมค่า ไร้ประโยชน์ ไม่สามารถใช้เป็นอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินได้ต่อไป ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์ในห้องดังกล่าวเสียหาย คือ ไข่เค็มพอก ๒,๐๐๐ ฟอง ราคา ๑,๒๐๐ บาท

ฯลฯรวมราคา ๘,๕๐๐ บาท และในระหว่างที่จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ดังกล่าว จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ได้ร่วมกันลักเอาสังกะสี๑๒ แผ่น ราคา ๑๔๐ บาทของโจทก์ที่ ๒ ไปด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๓, ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๕๘, ๓๓๕ และ ๘๓ ไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ สำหรับจำเลยทุกคน กับข้อหาฐานลักทรัพย์สำหรับจำเลย ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ด้วย จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ขณะเกิดเหตุที่ดินและอาคารพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ ฉะนั้น ความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ต่ออาคารเลขที่ ๔๘๙/๑๐ จึงไม่อาจเกิดแก่จำเลยได้ ส่วนข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์ต่อไข่เค็ม ฯลฯ ฟังไม่ได้ว่าเสียหายจริง จำเลยที่ ๒ ขนสังกะสีไปโดยไม่มีเจตนาทุจริตจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของห้องพิพาทและที่ดินโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้เช่าและเป็นผู้ครอบครองห้องพิพาทขณะเกิดเหตุโจทก์ที่ ๑ กับจำเลยที่ ๑ มีข้อโต้แย้งกันในเรื่องสิทธิในห้องพิพาทการที่จำเลยทุกคนร่วมกันรื้อห้องพิพาทจึงเป็นความผิดฐานบุกรุกโดยนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑/๒๕๑๒ จำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ คือ ไข่เค็ม ฯลฯ แต่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ช่วยกันขนสังกะสีซึ่งวางไว้เกะกะไปเก็บโดยไม่มีเจตนาทุจริต พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทุกคนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕, ๓๕๘, ๘๓วางโทษตามมาตรา ๓๖๕ ซึ่งเป็นบทหนัก ฯลฯ นอกจากที่แก้ ยืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกามิให้รอการลงโทษ จำเลยฎีกาว่ามิได้กระทำความผิด

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์ยุติแล้ว คงวินิจฉัยเฉพาะข้อหาฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ ๑เป็นเจ้าของห้องพิพาทและที่ดิน นายต๋าสามีโจทก์ที่ ๑ เป็นแต่เพียงผู้เช่าโจทก์ที่ ๑ และโจทก์ ที่ ๒ เป็นบริวารของนายต๋า เมื่อจำเลยที่ ๑ ฟ้องขับไล่นายต๋า นางผิน บิดามารดาโจทก์ที่ ๒ ออกจากห้องพิพาทเลขที่ ๔๘๙/๑๐ทนายของนายต๋าแถลงว่าจำเลยรับว่าจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับห้องเช่าที่พิพาทของโจทก์อีกต่อไป ดังปรากฏตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งดำที่ ๒๓๕/๒๕๑๐ ของศาลชั้นต้นแล้ววินิจฉัยว่าทนายของนายต๋าได้แถลงรับในคดีแพ่งดำที่ ๒๓๕/๒๕๑๐ ว่า จำเลยรับว่าจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับห้องพิพาทอีกต่อไป การที่นายต๋าผู้เช่ายอมออกจากห้องพิพาทดังกล่าวแล้วนางผินโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นภรรยาของนายต๋า และโจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นบุตรจึงไม่มีสิทธิอันใดในห้องพิพาทที่โจทก์ทั้งสองเข้าไปอยู่ในห้องพิพาทหลังจากนายต๋ารับว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับห้องพิพาทอีกต่อไปนั้นจึงเป็นการเข้าไปอยู่โดยละเมิด

ไม่มีสิทธิครอบครองและไม่มีการครอบครองตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ต่อห้องพิพาทจึงไม่อาจเกิดแก่จำเลยได้ ส่วนข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์อื่น ๆ นอกจากห้องพิพาทวินิจฉัยว่ายังไม่อาจฟังได้แน่ชัดว่าทรัพย์ในห้องพิพาทได้เสียหายตามฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล
ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้