Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2346/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งในตอนแรกมีใจความสำคัญว่า ที่ดินพิพาทส่วนที่จำเลยที่ 2 ครอบครองเดิมเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ส. บิดาภริยาของจำเลยที่ 2 ได้หักล้างถางพงเข้าครอบครองอย่างเป็นเจ้าของโดยปลูกบ้านอยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี 2450 จนกระทั่งปี 2502 ส. จึงยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 ครอบครองต่อมา คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ครอบครองที่ดินพิพาทต่อจาก ส. ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทคนก่อน โดย ส. เป็นผู้แผ้วถางที่ดินพิพาทซึ่งในขณะนั้นยังเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า แล้วเข้าครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี 2450 ก่อนที่ทางการจะออกโฉนดที่ดินในปี 2464 การที่จำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งในตอนหลังว่าที่ดินพิพาทส่วนดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 โดยการครอบครองปรปักษ์จึงขัดกับคำให้การและฟ้องแย้งในตอนแรก รูปคดีตามที่โจทก์ทั้งสามฟ้องและจำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งดังกล่าวจึงไม่มีประเด็นเรื่องการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 เพราะการครอบครองปรปักษ์จะมีได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะรับวินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นฎีกาต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามพร้อมบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 17/1 และบ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 2 ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ตลอดจนทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสามตามโฉนดเลขที่ 2343 ตำบลสมัค อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา กับส่งมอบการครอบครองคืนในสภาพปกติ ทั้งมิให้จำเลยทั้งสามเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป หากจำเลยทั้งสามไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้โจทก์ทั้งสามเป็นผู้รื้อถอนและทำการขนย้ายทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่ดิน โดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ

ค่าฤชาธรรมเนียมในการรังวัดที่ดินพิพาทเป็นเงิน 24,385 บาท แก่โจทก์ทั้งสามพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามเดือนละ 17,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามเดือนละ 37,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสามและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมทรัพย์สินออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสาม จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งกับแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2343 ตำบลบางสมัค อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามแผนที่วิวาทของสำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา

สาขาบางปะกง ฉบับลงวันที่ 24 ตุลาคม 2539 ด้านทิศเหนือบริเวณที่ระบายด้วยเส้นสีน้ำเงินเนื้อที่ 1 งาน 50 ตารางวา ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 และบริเวณที่ระบายด้วยเส้นสีแดง เนื้อที่ 3 งาน 16 ตารางวา ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ห้ามมิให้โจทก์ทั้งสามเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีกต่อไป ให้โจทก์ทั้งสามส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 2343 ให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เพื่อนำไปจดทะเบียนสิทธิการได้มาต่อเจ้าพนักงานที่ดิน และให้พนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สาขาบางปะกง จัดการแก้ทะเบียนและรูปแผนที่ในโฉนดแล้วใส่ชื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ลงในโฉนดที่ดินเลขที่ดังกล่าว โดยให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเนื้อที่ตามแผนที่วิวาทที่สำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สาขาบางปะกง จัดทำฉบับลงวันที่ 24 ตุลาคม 2539 จำเลยที่ 3 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

โจทก์ทั้งสามให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 2 ถึงแก่กรรม นางสาววนิดา ทายาทของโจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 พร้อมบริวาร รื้อถอนบ้านเลขที่ 17/1 และบ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 2 ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสิ่งปลูกสร้างอื่นออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสามโฉนดที่ดินเลขที่ 2343 ตำบลบางสมัค อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา สภาพปกติทั้งมิให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามเดือนละ 3,000 บาท และเดือนละ 5,000 บาท ตามลำดับนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 31 มกราคม 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 พร้อมบริวารจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสามกับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสามโดยกำหนดค่านายความให้ 5,000 บาท

ส่วนจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 และที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งสามจำนวน 10,000 บาท จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2343 ตำบลบางสมัค อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื้อที่ 85 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสาม ปรากฏตามสำเนาโฉนดที่ดินที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ 3 งาน 16 ตารางวา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดดังกล่าวตามแผนที่วิวาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 โดยการครอบครองปรปักษ์นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินเลขที่ 2343 และให้จำเลยทั้งสามเข้าไปปลูกบ้านอยู่อาศัย โจทก์ทั้งสามไม่ประสงค์จะให้จำเลยทั้งสามและบริวารอยู่อาศัยในที่ดินอีกต่อไป จึงขอบังคับให้จำเลยทั้งสามพร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไป

จำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งในตอนแรกมีใจความสำคัญว่า ที่ดินพิพาทส่วนที่จำเลยที่ 2 ครอบครอง เดิมเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า นายสุข บิดาภริยาของจำเลยที่ 2 ได้หักล้างถางพงเข้าครอบครองอย่างเป็นเจ้าของโดยปลูกบ้านอยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี 2450 จนกระทั่งปี 2502 นายสุขจึงยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 ครอบครองต่อมา คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ครอบครองที่ดินพิพาทต่อจากนายสุขซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทคนก่อน โดยนายสุขเป็นผู้แผ้วถางที่ดินพิพาทซึ่งในขณะนั้นยังเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า แล้วเข้าครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี 2450 ก่อนที่ทางราชการจะออกโฉนดที่ดินเลขที่ 2343 ในปี 2464 การที่จำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งในตอนหลังว่าที่ดินพิพาทดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 โดยการครอบครองปรปักษ์จึงขัดกับคำให้การและฟ้องแย้งในตอนแรก

รูปคดีตามที่โจทก์ทั้งสามฟ้องและจำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งดังกล่าวจึงไม่มีประเด็นเรื่องการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1328 เพราะการครอบครองปรปักษ์จะมีได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะรับวินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 2 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 2 ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัช ชินวินิจกุล · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้