Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2345/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายจำเลยพบ อ. ขับรถยนต์บรรทุกเกินน้ำหนักที่กฎหมายกำหนด จำเลยได้จับกุม อ. ย่อมถือได้ว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจตามตำแหน่งหน้าที่แล้ว เมื่อจำเลยรับเงินจากผู้เสียหายแล้ว จำเลยกลับละเว้นไม่กระทำการในตำแหน่งหน้าที่ที่จะต้องแจ้งข้อหาแก่ อ. การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 เมื่อผิดบทเฉพาะแล้วไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุก 5 ปี คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 แต่โจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษ ศาลอุทธรณ์ย่อมลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157จำคุก 2 ปี ข้อหานอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย จำเลยพบนายอมรขับรถยนต์บรรทุกทรายมาตามทางหลวงสาย 331ในสภาพที่น่าจะบรรทุกเกินน้ำหนักที่กฎหมายกำหนด จึงได้บังคับให้หยุดรถและนำรถไปชั่งตรวจสอบน้ำหนักบรรทุก เมื่อทำการชั่งแล้วจำเลยบอกว่าน้ำหนักเกิน ให้นายอมรนำรถไปจอดที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองกิ่ว แล้วยึดเอากุญแจรถไป ต่อจากนั้นจำเลยบอกผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวว่า บรรทุกน้ำหนักเกินผู้ขับรถจะต้องถูกจำคุก 2 เดือน และปรับ 20,000 บาท ดังนั้นย่อมถือได้ว่า จำเลยปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจตามตำแหน่งหน้าที่แล้ว แม้จะมีระเบียบกรมตำรวจเกี่ยวกับคดีตามเอกสารหมาย

จ.23และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดหน่วยงานเขตอำนาจการรับผิดชอบและเขตพื้นที่การปกครองของหน่วยราชการในกรมตำรวจ พ.ศ. 2520ตามเอกสารหมาย จ.24 จำกัดอำนาจการสอบสวนไว้ก็ตามเป็นเรื่องภายในของกรมตำรวจไม่ตัดอำนาจของจำเลยในการจับกุมผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อจำเลยได้รับเงินจำนวน3,100 บาท จากผู้เสียหายแล้ว จำเลยกลับละเว้นไม่กระทำการในตำแหน่งหน้าที่ที่จะต้องแจ้งข้อหานายอมรว่า ใช้ยานพาหนะบนทางหลวงที่น้ำหนักบรรทุกเกินกว่ากฎหมายกำหนดคงแจ้งข้อหานายอมรว่าใช้รถยนต์บรรทุกทรายรั่วไหล เปรอะเปื้อนลงบนถนนหลวง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่นแทน โดยมิชอบด้วยหน้าที่และโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่าไม่ได้กระทำผิดฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อีก"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 ให้จำคุกจำเลย 5 ปี จำเลยรับราชการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมานานหลายปีจนได้ชั้นยศเป็นสิบตำรวจเอก มีผลงานการจับกุมดีเด่นนับได้ว่าเป็นผู้มีคุณความดีมาแต่ก่อน จึงมีเหตุบรรเทาโทษ ศาลฎีกาเห็นควรลดโทษให้จำเลยลงหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลย 3 ปี 4 เดือน ที่จำเลยขอให้ศาลฎีการอการลงโทษแก่จำเลยนั้น เนื่องจากศาลลงโทษจำเลยเกินสองปี จึงไม่อาจรอการลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ได้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ชลิต ประไพศาล · สุเมธ อุปนิสากร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้