Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2344/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยออกหมายเรียกตาม ป.รัษฎากร มาตรา 32 ถึง อ.หุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ชำระบัญชีของโจทก์ให้ไปพบคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ พร้อมทั้งให้นำสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการขายรถยนต์ ระหว่างโจทก์กับบริษัท ต. จำกัด ไปประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โดยส่งหมายเรียกดังกล่าวด้วยวิธีทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ มี ว. อายุ 16 ปีบุตรชายของ อ. เป็นผู้รับ ซึ่งตามไปรษณียนิเทศ พ.ศ. 2524 ข้อ 353กำหนดว่าไปรษณียภัณฑ์ และพัสดุไปรษณีย์ที่นำจ่ายให้แก่ผู้แทนของผู้รับให้ถือว่าได้นำจ่ายให้แก่ผู้รับแล้ว นับแต่วันเวลาที่นำจ่ายดังนั้น เมื่อ ว.เป็นผู้รับหมายเรียกต้องถือว่าอ.หุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ชำระบัญชีของโจทก์ได้รับหมายเรียกดังกล่าวแล้วโดยชอบ เมื่อ อ. ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30(2ประกอบกับมาตรา 33.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 8 ป.รัษฎากร มาตรา 30 ป.รัษฎากร มาตรา 33

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของห้างโจทก์ไม่ถูกต้องกับความจริงไม่ชอบด้วยเหตุผลและกฎหมาย โจทก์จึงได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ให้เหตุผลว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเป็นการถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เนื่องจากโจทก์ผู้อุทธรณ์ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียก จึงหมดสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัย ความจริงผู้ชำระบัญชีห้างโจทก์ไม่เคยได้รับหนังสือจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงไม่ทราบว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต้องการให้โจทก์ไปไต่สวนหรือนำพยานหลักฐานต่าง ๆ ไปแสดงต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โจทก์มิได้จงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

การส่งหมายเรียกดังกล่าวส่งให้บุคคลอื่นที่ยังมิได้บรรลุนิติภาวะ ที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อ้างว่าโจกท์ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกตามมาตรา 32 แห่งประมวลรัษฎากรจึงเป็นข้อกล่าวอ้างที่ฟังไม่ขึ้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โจทก์ถอนฟัองจำเลยที่ 3 ที่ 4 ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า ในชั้นพิจารณาอุทธรณ์คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ออกหมายเรียกตามประมวลรัษฎากร ให้หุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ชำระบัญชีของโจทก์ไปพบเพื่อไต่สวน โดยส่งหมายเรียกทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังนายอมร สิงห์สำเภาเลิศหุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ชำระบัญชีของโจทก์

ณ ภูมิลำเนาเลขที่2/17 ถนนบำเพ็ญกุศล แขวงทุ่งวัดดอน เขตยานนาวา กรุงเทพมหานครบุคคลในบ้านของนายอมรเซ็นรับหมายเรียกไว้แทน โจทก์ได้รับหมายเรียกไว้โดยชอบแล้วตามประมวลรัษฎากร มาตรา 8 แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกโดยไม่ไปพบและส่งเอกสารตามหมายเรียกคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบแล้ว จึงวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาในชั้นฎีกาเห็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวจะต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่า จำเลยส่งหมายเรียกให้โจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และบทกฎหมายที่จะนำมาปรับแก่คดีจะต้องเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะส่งหมายเรียกนั้น ซึ่งประมวลรัษฎากร มาตรา 8 บัญญัติว่า"หมายเรียก หรือหนังสืออื่นซึ่งมีถึงบุคคลโดตามลักษณะนี้จะให้นำไปส่งในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือจะส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้ถ้าให้นำไปส่ง

เมื่อผู้ส่งไม่พบผู้รับ จะส่งให้แก่บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว และอยู่ในบ้านหรือสำนักงานของผู้รับก็ได้ฯลฯเมื่อได้ส่งหมายหรือหนังสืออื่นตามวิธีดังกล่าวข้างต้นให้ถือว่าเป็นอันได้รับแล้ว"เห็นได้ว่า มาตรา 8 วรรคหนึ่งบัญญัติให้ส่งหมายเรียกได้ 2 วิธีคือ วิธีให้นำไปส่ง และวิธีส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ผู้ส่งจะเลือกส่งโดยวิธีใดวิธีหนึ่งในสองวิธีดังกล่าวก็ได้ และวรรคสองบัญญัติถึงเรื่องการให้นำไปส่งโดยเฉพาะว่าในการส่งโดยวิธีให้นำไปส่งนั้น ถ้าไม่พบผู้รับจะส่งให้แก่บุคคลผู้บรรลุนิติภาวะแล้วและอยู่ในบ้านหรือสำนักงานของผู้รับก็ได้ สำหรับการส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนนั้น มาตรา 8 มิได้ระบุว่าจะส่งให้แก่บุคคลผู้บรรลุนิติภาวะแล้วก็ได้ ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้รับ

ดังนั้นการส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนจึงต้องบังคับตามไปรษณียนิเทศการส่งหมายเรียกที่พิพาทกันในคดีนี้เป็นการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ซึ่งเป็นการส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนอย่างหนึ่งจึงเป็นการส่งโดยวิธีการที่มาตรา 8 อนุญาตให้กระทำได้ และต้องบังคับตามไปรษณียนิเทศเช่นเดียวกับการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยทั่วไปหรือการส่งทางไปรษณีย์อย่างอื่น ๆ สำหรับไปรษณียนิเทศซึ่งใช้บังคับขณะจำเลยส่งหมายเรียกที่พิพาทกัน ในคดีนี้ก็คือไปรษณียนิเทศ พ.ศ. 2524 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22แห่งพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. 2477 และมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 ข้อ 350 ของไปรษณียนิเทศฉบับนี้

กำหนดว่าไปรษณียภัณฑ์และพัสดุไปรษณีย์อาจนำจ่ายให้แก่ผู้รับหรือผู้แทนของผู้รับก็ได้ ข้อ 351 กำหนดว่าในกรณีจำหน่ายณ ที่อยู่ของผู้รับ การสื่อสารแห่งประเทศไทยถือว่าบุคคลต่อไปนี้เป็นผู้แทนของผู้รับคือ บุคคลซึ่งอยู่หรือทำงานในบ้านเรือนหรือที่สำนักทำการงานของผู้รับเจ้าหน้าที่รับรองหรือผู้ดูแลของโรงแรมหรืออาคารผู้ทำหน้าที่เวรรับส่งหรือเวรรักษาการณ์ของสำนักทหาร โรงเรียนและหน่วยทหาร ส่วนข้อ 353 กำหนดว่าไปรษณียภัณฑ์และพัสดุไปรษณีย์ที่นำมาจ่ายให้แก่ผู้แทนของผู้รับให้ถือว่าได้นำจ่ายให้แก่ผู้รับแล้วนับแต่วันเวลาที่นำจ่าย ดังนั้นเมื่อนายวรพล สิงห์สำเภาเลิศ บุตรชายของหุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ชำระบัญชีของโจทก์เป็นผู้รับหมายเรียกที่พิพาทกันในคดีนี้เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2526 ตามใบตอบรับเอกสารหมาย

ล.14 จึงต้องถือว่านายอมรสิงห์สำเภาเลิศ หุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ชำระบัญชีของโจทก์ได้รับหมายเรียกดังกล่าวแล้วโดยชอบเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2526นั้นเอง เมื่อนายอมรไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30(2) ประกอบกับมาตรา 33 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · เดชา สุวรรณโณ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 266719)

จำเลยโต้แย้งว่า ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคสาม, 33 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 8 (4) (9) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฯ ขอให้ศาลล้มละลายกลางส่งคำร้องข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8129/2543

ตามไปรษณีย์นิเทศฯ การสื่อสารแห่งประเทศไทยอาจจัดส่งไปรษณีย์ให้แก่ผู้แทนของผู้รับก็ได้ และเมื่อจ่ายให้แก่ผู้แทนของผู้รับแล้ว ให้ถือว่าได้นำจ่ายให้แก่ผู้รับแล้วนับแต่เวลาที่นำจ่าย ดังนั้น การที่เจ้าพนักง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2394/2541

ส.เป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยร่วม ฉะนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายให้จำเลยร่วมชำระโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5103/2541

การส่งหนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร มาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งป.รัษฎากร บัญญัติให้ส่งได้ 2 วิธี คือ วิธีส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับและวิธีให้เจ้าพนักงานสรรพากรนำไปส่งเฉพาะวิธีให้เจ้าพนักงานสรรพากรนำไปส่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4099/2535

การส่งหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ กระทำโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนกระทำได้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคแรก ซึ่งไปรษณีย์ภัณฑ์ และพัสดุไปรษณีย์อาจนำจ่ายให้แก่ผู้รับหรือผู้แทนของผู้รับก็ได้ ในการนำจ่าย ณ ที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้