Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2335/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยไม่ยอมให้ร้อยตำรวจโท ว. จับกุม ได้ชกต่อยร้อยตำรวจโท ว.ที่จะเข้าจับกุมจำเลยซึ่งทำร้ายผู้อื่นซึ่งหน้า แม้ขณะเกิดเหตุร้อยตำรวจโท ว. จะเป็นร้อยเวรสอบสวนทำหน้าที่สอบสวน และไปนั่งในร้านอาหารที่เกิดเหตุ แต่ร้อยตำรวจโท ว.ก็เป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ย่อมมีอำนาจจับกุมจำเลยซึ่งกระทำผิดซึ่งหน้า ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 การที่ร้อยตำรวจโท ว.ทำหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน และไปนั่งในร้านขายอาหาร ไม่ทำให้ ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งหน้า การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ และทำร้ายเจ้าพนักงานเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่นั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยชกต่อยสิบตำรวจตรีสันติ สุวรรณเนตรได้รับอันตรายแก่กายและต่อสู้ขัดขวางไม่ยอมให้ร้อยตำรวจโทวินัยพิชัยรัตน์ พนักงานสอบสวน จับกุม และชกต่อยร้อยตำรวจโทวินัยพิชัยรัตน์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 138, 295, 296 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2514 ข้อ 2จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 กระทงหนึ่ง มาตรา 138 วรรคสองอีกกระทงหนึ่งจำคุกกระทงละ 4 เดือน ปรับกระทงละ 600 บาท รวมจำคุก 8 เดือน ปรับ 1,200 บาท รับสารภาพชั้นจับกุม ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามมาตรา 78 จำคุก 6 เดือน

ปรับ 900 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี ค่าปรับจัดการตามมาตรา 29, 30โจทก์อุทธรณ์ ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296อีกกระทงหนึ่งและให้ลงโทษสถานหนัก ไม่รอการลงโทษจำเลยอุทธรณ์ให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมีสิทธิฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายในปัญหาว่าเป็นการป้องกันตามกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาข้อหาทำร้ายร่างกายว่า ในวันเวลาเกิดเหตุขณะที่สิบตำรวจตรีสันติ สุวรรณเนตร นั่งรับประทานอาหารจำเลยเข้ามาทางด้านหลังชกต่อยบริเวณศีรษะสิบตำรวจตรีสันติหลายครั้งครั้นสิบตำรวจตรีสันติหันไปดู จำเลยก็ชกปากสิบตำรวจตรีสันติ

วินิจฉัยว่ากรณีตามข้อเท็จจริงนี้ไม่เป็นการป้องกันตามกฎหมายส่วนฎีกาของจำเลยในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่และทำร้ายเจ้าพนักงานเพราะเหตุกระทำตามหน้าที่นั้น ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ยอมให้ร้อยตำรวจโทวินัยจับกุม ได้ชกต่อยร้อยตำรวจโทวินัยที่จะเข้าจับกุมจำเลยซึ่งทำร้ายสิบตำรวจตรีสันติซึ่งหน้า จำเลยฎีกาว่าขณะเกิดเหตุนั้นร้อยตำรวจโทวินัยเป็นร้อยเวรสอบสวนทำหน้าที่สอบสวน การที่มานั่งในร้านอาหารและทำการจับกุมจำเลยไม่เป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ตามกฎหมายโดยอ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 719/2501 นั้นเห็นว่าร้อยตำรวจโทวินัยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจจับกุมจำเลยซึ่งกระทำผิดซึ่งหน้าได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 การที่ร้อยตำรวจโทวินัยทำหน้าที่ร้อยเวรสอบสวนและไปนั่งในร้านขายอาหารไม่ทำให้ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า ฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร ฟักทองพรรณ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ชุบ วีระเวคิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9212/2539

ก่อนเกิดเหตุสิบตำรวจเอก พ. พบเห็นจำเลยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าจะกระทำความผิดโดยมีเครื่องมืออาวุธหรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถอาจใช้ในการกระทำผิด และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5802/2537

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 ห้ามมิให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับเว้นแต่กรณีต้องด้วยข้อยกเว้นตามบทมาตราดังกล่าว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันที่ไปจับกุมจำเลยทั้งสอง ผู้เสีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2914/2537

โรงค้าไม้ที่ใช้เป็นที่พักอาศัยยาม ที่โรงค้าไม้หยุดดำเนินกิจการ ภายในบริเวณโรงค้าไม้ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังย่อมไม่ใช่สาธารณสถาน แต่เป็นที่รโหฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 2(13)แม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 41379)

การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจหลอกให้โจทก์มาด้วยโดยอ้างว่าผู้บังคับกองเรียกให้ไปพบนั้น หาใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ แม้ว่าต่อมาผู้บังคับกองจะสั่งให้จำเลยพาโจทก์ไปหานายร้อยเวรก็ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 83254)

การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจหลอกให้โจทก์มาด้วยโดยอ้างว่าผู้บังคับกองเรียกให้ไปพบนั้น หาใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ แม้ว่าต่อมาผู้บังคับกองจะสั่งให้จำเลยพาโจทก์ไปหานายร้อยเวรก็ตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้