Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2334/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยจะขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง ขับชิดขวา ไม่เปิดโคมไฟใหญ่ และไม่ให้สัญญาณ ถ้าโจทก์ไม่ขับรถยนต์ล้ำเส้นกึ่งกลางถนนเข้ามาชนรถยนต์ที่จำเลยขับในเส้นทางเดินรถของจำเลย ก็ไม่เป็นเหตุให้ชนกันได้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยมีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย คำพิพากษาในคดีอาญาจะผูกพันแต่คู่ความเท่านั้น เมื่อจำเลยในคดีแพ่งไม่ได้เป็นคู่ความในคดีอาญา ศาลต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานในคดีแพ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างด้วยความประมาทเลินเล่อชนรถยนต์ที่โจทก์ขับ เป็นเหตุให้รถยนต์โจทก์ได้รับความเสียหายและโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ มิได้เป็นฝ่ายประมาท เหตุเกิดจากความประมาทของโจทก์แต่ผู้เดียว จำเลยไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๑๖๗,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๘๓,๕๐๐ บาท แก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นฝ่ายประมาท และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าก่อนชนกันรถยนต์ที่โจทก์ขับจึงวิ่งในลักษณะเสียหลักและปรากฏรอยห้ามล้อบนผิวจราจร ฉะนั้น แม้จำเลยที่ ๑ จะขับรถยนต์ที่ถูกชนด้วยความเร็วสูง ขับชิดขวา ไม่เปิดไฟโคมใหญ่ และไม่ให้สัญญาดังโจทก์ฎีกา ถ้าโจทก์ไม่ขับรถยนต์ล้ำเส้นกึ่งกลางถนนเข้ามาชนรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ ขับในเส้นทางเดินรถของจำเลยที่ ๑ ก็ไม่เป็นเหตุให้รถยนต์ชนกันได้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย และที่โจทก์ฎีกาว่าในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๘๐๓/๒๕๒๒ ของศาลแขวงธนบุรี พนักงานอัยการฟ้องโจทก์ว่าขับรถยนต์โดยประมาทมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดโดยวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลย (โจทก์ในคดีนี้)

กระทำความผิดตามฟ้อง ดังนั้นการพิพากษาคดีนี้จึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ นั้นเห็นว่าบทบัญญัติของมาตรานี้ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและมาตรา ๑๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กล่าวคือคำพิพากษาในคดีอาญาจะผูกพันแต่คู่ความเท่านั้น แต่จำเลยในคดีนี้หาได้เป็นคู่ความในคดีอาญาไม่ ศาลจึงต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานในคดีแพ่ง และฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ภ.ก.๐๔๖๐๒ ไปชนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ร.บ.๑๗๕๗๙ ที่จำเลยที่ ๑ ขับโดยประมาทเลินเล่อฝ่ายเดียว จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง ประเด็นอื่นจึงไม่ต้องวินิจฉัยต่อไป ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถมชัย สิทธิไตรย์ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายเผอิญ สถานสถิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3632/2541

โจทก์และนายจ้างของ ส. มิได้ถูกฟ้องในคดีอาญา คำพิพากษาของศาลในส่วนคดีอาญาที่พิพากษาว่า ส. ขับรถประมาทไม่มีผลผูกพันนายจ้างของ ส. และบุคคลภายนอก โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกยังอาจยกเป็นข้อต่อสู้และนำสืบในคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5494/2537

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ มาตรา 46 ประกอบด้วย มาตรา 15คำพิพากษาในคดีอาญาจะผูกพันแต่คู่ความเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 2หาได้เป็นคู่ความในคดีอาญา ข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2501

แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 จะได้บัญญัติไว้ว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ดี แต่บัญญัติของมาตรานี้ก็อยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2566

เดิมโจทก์ร่วมฟ้อง ส. เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 902/2556 หมายเลขแดงที่ 2060/2557 ของศาลชั้นต้น ขอให้ขับไล่และรื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินโจทก์ร่วม และห้าม ส. กับบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยเป็นผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้