Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2481

พ.ศ. 2481 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์และขอให้กักกัน ศาลมีคำสั่งให้ยกฟ้องโทษฐานกักกันเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์นั้นดังนี้ ถือว่าคำสั่งของศาลเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาจะอุทธรณ์ฉะเพาะคำสั่งของศาลที่ให้แยกฟ้องมิได้ต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.196

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าชิงทรัพย์ครั้นสืบพะยานโจทก์เสร็จแล้ว

โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว ๒ ครั้งขอให้เพิ่มโทษและลงโทษกักกัน จำเลยแถลงว่าไม่เคยต้องโทษครั้งที่ ๒ โจทก์จึงขอสืบพะยานในข้อนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่าเรื่องนี้ประเด็นข้อหาฐานชิงทรัพย์และขอเพิ่มโทษตามกฎหมายอาญาจำเลยก็รับแล้ว ยังเหลือแต่เรื่องโทษกักกันซึ่งเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบ ซึ่งจะทำให้สำนวนชักช้า ศาลจึงอาศัย ม.๑๖๐ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญาให้โจทก์แยกฟ้องข้อหาฐานกักกันเป็นอีกสำนวนหนึ่งต่างหาก ครั้นศาลพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ให้แยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำสั่งที่ให้แยกฟ้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อเสร็จสำนวนและศาลพิพากษาเรื่องชิงทรัพย์แล้วโจทก์ก็มิได้อุทธรณ์ ฉะนั้นจะอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาอย่างเดียวมิได้ ต้องห้ามตาม ม.๑๙๖ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา จึงไม่รับอุทธรณ์ ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามทุกประการ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทฟโนต์ · อมาตย์ · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - หลวงสุธรรมานุวัตร์
ศาลอุทธรณ์ - พระยา+++
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้