Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2329/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยจะไปมาหาสู่ ด. ที่บ้านโจทก์ร่วมเป็นประจำ แต่จำเลยไม่เคยเข้าไปในห้องนอนของ ด. เลย การที่จำเลยเข้าไปในห้องนอนของ ด.เพื่อตามหาด. ให้มาดื่มสุรากับตนโดยโจทก์ร่วมมิได้อนุญาตให้เข้าไป เป็นการเข้าไปโดยไม่มีเหตุอันสมควรอันเป็นการรบกวนการครอบครองบ้านของโจทก์ร่วมโดยปกติสุข จำเลยมีความผิดฐานบุกรุก ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อจำเลยเข้าไปในห้องนอนของ ด.โจทก์ร่วมได้ปิดประตูห้องนอนไว้ เพื่อมิให้จำเลยออกมาเพราะจำเลยเมาสุราจำเลยได้ใช้เท้าถีบประตูห้องนอนจนบานประตูห้องนอนหลุดดังนี้นอกจากเป็นความผิดฐานบุกรุกกรรมหนึ่งแล้วยังผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีกกรรมหนึ่งด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,358, 362, 364, 365, 80, 81, 91ระหว่างพิจารณานายมนต์ ราชาวงศ์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 กรรมหนึ่ง จำคุก 7 ปี 6 เดือนและมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 362, 364,365(1)(2)(3) อีกกรรมหนึ่ง แต่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 365(1)(2)(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี คงรวมจำคุก 9 ปี 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...เชื่อได้ว่าจำเลยเมาสุราอาละวาดด่าโจทก์ร่วมและนางหมื่นบิดามารดาของนายโด่งจริง ซึ่งน่าจะมาจากเหตุที่นางหมื่นไม่ให้นายโด่งไปร่วมวงดื่มสุรากับจำเลยเพราะนางหมื่นและนายโด่งจะไปขายของที่ตลาด

เมื่อจำเลยเห็นว่านางหมื่นกลับจากขายของที่ตลาดแล้ว นายโด่งน่าจะกลับมาด้วยจึงเข้าไปในบ้านโจทก์ร่วมเพื่อตามตัวนายโด่งมาร่วมวงดื่มสุราแต่บังเอิญนายโด่งไม่อยู่บ้านเลยเข้าใจว่าโจทก์ร่วมกับนางหมื่นกีดกันไม่ให้พบนายโด่ง จำเลยจึงได้วิ่งเข้าไปในห้องนอนของนายโด่งเพื่อจะตามหานายโด่ง โจทก์ร่วมเห็นจำเลยเมาสุรามากกลัวจะเกิดอันตรายแก่ตนและภรรยาจึงปิดประตูห้องนอนไว้เพื่อมิให้จำเลยออกจากห้องมาอาละวาดพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเพราะความมึนเมาสุราจำเลยจึงใช้เท้าถีบประตูห้องนอนจนบานประตูห้องนอนหลุดแล้วออกมาพร้อมกับอาวุธปืนซึ่งพบอยู่ในห้องนอนปัญหาจึงมีว่าการกระทำของจำเลยที่เข้าไปในห้องนอนของนายโด่งและใช้เท้าถีบประตูห้องนอนจนบานประตูห้องนอนหลุดออกนั้น เป็นความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์หรือไม่

เห็นว่า แม้จำเลยจะไปมาหาสู่นายโด่งที่บ้านโจทก์ร่วมเป็นประจำ แต่ก็ได้ความจากโจทก์ร่วมและนางหมื่นว่าจำเลยไม่เคยเข้าไปในห้องนอนของนายโด่งเลย การที่จำเลยเข้าไปในห้องนอนของนายโด่งเพื่อตามหานายโด่งมาร่วมวงดื่มสุรากับตนโดยโจทก์ร่วมเจ้าของบ้านมิได้อนุญาตให้เข้าไปนั้นเป็นการเข้าไปโดยไม่มีเหตุอันสมควรอันเป็นการรบกวนการครอบครองบ้านของโจทก์ร่วมโดยปกติสุข จำเลยจึงมีความผิดฐานบุกรุกกรรมหนึ่งและการที่จำเลยใช้เท้าถีบประตูห้องนอนจนบานประตูหลุดออก 1 บานก็ถือว่าเป็นการทำลายทรัพย์ของโจทก์ร่วมเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีกกรรมหนึ่งด้วย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 กระทงหนึ่ง และมาตรา 365(3) อีกกระทงหนึ่งแต่เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว โจทก์มิได้อุทธรณ์ขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลยศาลฎีกาจะพิพากษาลงโทษจำเลยหนักกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษมาแล้วไม่ได้จึงให้จำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้