Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2326/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยสั่งจ่ายเช็คมอบให้แก่โจทก์เป็นค่าผลประโยชน์ตอบแทนที่จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ซึ่งค่าผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวก็คือดอกเบี้ยซึ่งเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อเช็คพิพาทมีมูลหนี้ที่เกิดจากดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3(ก) มูลหนี้ตามเช็คพิพาทจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามเช็คพิพาท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็ค 4 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,667 บาท ให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ เช็คดังกล่าวครบกำหนดใช้เงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทุกฉบับ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 50,667 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า เช็คทั้งสี่ฉบับจำเลยมอบให้แก่โจทก์เพื่อชำระค่าดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราร้อยละ 2.50 บาท ต่อเดือน ซึ่งเป็นดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด มูลหนี้ตามเช็คดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามเช็คดังกล่าว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 50,667บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าเช็คพิพาทมีมูลหนี้มาจากดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์โดยมิได้ทำหลักฐานการกู้ยืมไว้เป็นหนังสือ แต่จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาราชประสงค์ 3 ฉบับและเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาประตูน้ำอีก 1 ฉบับ รวม 4 ฉบับมอบให้แก่โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันหนี้ และจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทชำระหนี้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 2.50 ต่อเดือนหรือร้อยละ 30ต่อปีจากต้นเงินตามเช็ค 4 ฉบับ ที่จำเลยมอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ดังกล่าว

โจทก์ทำบันทึกการคิดดอกเบี้ยไว้เห็นว่า คำเบิกความของจำเลยรวมทั้งเอกสารหมาย ล.1 และ ล.3สอดคล้องกับเอกสารหมาย ล.2 ซึ่งโจทก์ยอมรับว่าตัวเลขด้านขวามือในเอกสารหมาย ล.2 โจทก์เป็นคนเขียน จึงฟังว่าเอกสารหมาย ล.2โจทก์เป็นผู้ทำขึ้น ตามเอกสารหมาย ล.2 รายการตอนบนด้านซ้ายรวม6 รายการ แต่ละรายการมีตัวเลขบ่งบอกถึงวันออกเช็ค จำนวนเงินที่สั่งจ่ายและจำนวนวันซึ่งเป็นระยะเวลาคำนวณดอกเบี้ยจากต้นเงินตามเช็คไว้ เมื่อนับจากวันออกเช็คแต่ละรายการถึงวันที่ 28 สิงหาคม2528 ที่โจทก์ทำเอกสารหมาย ล.2 จะได้จำนวนวันตรงกับจำนวนวันซึ่งเป็นระยะเวลาคำนวณดอกเบี้ยที่อยู่ถัดไปด้านซ้ายมือทุกรายการแสดงว่าโจทก์คิดดอกเบี้ยจากต้นเงินตามเช็คที่จำเลยมอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันหนี้ ตามเอกสารหมาย

ล.2 และดอกเบี้ยที่รวมไว้ด้านขวามือคำนวณแล้วมีอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ต่อปี สำหรับเช็คพิพาทนั้นโจทก์ได้บันทึกไว้ในเอกสารหมาย ล.2 ที่มีเครื่องหมายดอกจัน โดยโจทก์คิดดอกเบี้ยรวมไว้ด้านขวามือมีจำนวนตรงกับจำนวนเงินตามเช็คพิพาท แม้เช็คพิพาทจะลงวันออกเช็คก่อนเช็ค 4 ฉบับที่จำเลยสั่งจ่ายมอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ดังกล่าว แต่ก็ได้ความตามคำเบิกความของจำเลยว่า จำเลยได้ออกเช็คเปลี่ยนเช็คที่มอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้หลายครั้งข้อพิรุธดังกล่าวจึงไม่ทำให้น้ำหนักที่จะรับฟังพยานหลักฐานจำเลยลดน้อยลง โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้รับฟังได้ว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาทมิได้เกิดจากดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดพยานหลักฐานจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์

ฟังได้ว่าเช็คพิพาทมีมูลหนี้เกิดจากดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 654 ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3(ก)มูลหนี้ตามเช็คพิพาทจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามเช็คพิพาทพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · เริงธรรม ลัดพลี · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้