Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2321/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยสืบทราบว่าโจทก์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหญิงอื่นจึงเสพสุรา สูบบุหรี่ ทะเลาะวิวาท และติดตามควบคุมโจทก์ในวิทยาลัยที่โจทก์ทำงานอยู่นั้น แม้พฤติการณ์ของจำเลยจะก่อให้โจทก์เกิดความเบื่อหน่ายอับอายในหมู่เพื่อนอาจารย์และนักศึกษา แต่ก็เกิดจากความรักหึงหวงหวาดระแวงของจำเลยตามวิสัยสตรีเพศที่เป็นภริยาซึ่งอาจปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้ถ้าโจทก์ไม่แสดงความรำคาญใจและฝักใฝ่ในสตรีอื่นให้ปรากฏ ทั้งจำเลยเองก็ไม่สมัครใจหย่าตัดความสัมพันธ์ฉันสามีภริยากับโจทก์ พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยจึงยังไม่ถึงขั้นประพฤติชั่วที่เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรงหรือได้รับความดูถูกเกลียดชังเดือดร้อนเกินควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินร่วมกันจำเลยหาเรื่องทะเลาะวิวาททุบตีโจทก์ทั้งที่บ้านและไปรบกวนโจทก์ที่ทำงาน เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ได้รับการดูถูกเกลียดชัง จำเลยบังคับขู่เข็ญให้โจทก์ลาออกจากงานที่ทำอยู่ ด่าบุพการีโจทก์อย่างหยาบคายหลายครั้งหลายหนตลอดมา และขับไล่โจทก์ออกจากบ้านไม่ให้อยู่กินฉันสามีภริยาจนโจทก์ต้องออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น การกระทำของจำเลยเป็นปฏิปักษ์อย่างร้ายแรงต่อการเป็นสามีภริยา โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยไปจดทะเบียนการหย่าหลายครั้งจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ หากไม่ไปขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า

จำเลยไม่เคยหาเรื่องทะเลาะวิวาทหรือทุบตีโจทก์ ไม่เคยบังคับขู่เข็ญให้โจทก์ลาออกจากงาน ไม่เคยด่าว่าบุพการีของโจทก์และไม่เคยทิ้งร้างโจทก์ โจทก์มีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นและต้องการทอดทิ้งจำเลย โจทก์ไม่มีความประสงค์ที่จะอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรตามหน้าที่ จึงหาเหตุฟ้องหย่าซึ่งไม่เป็นความจริงขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่า จำเลยประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นสามีได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชังหรือได้รับความเสียหาย ความเดือดร้อนเกินควร หรือทำร้ายจิตใจ

เหยียดหยามต่อโจทก์ หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นภริยาอย่างร้ายแรง ตามความในบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 หรือไม่ ได้ความจากโจทก์ว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2515 ตามสำเนาภาพถ่ายทะเบียนการสมรสเอกสารหมาย จ.1 หลังจากนั้น 3 วัน ได้เดินทางไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างนั้นจำเลยชอบดื่มสุราพูดจาไม่ดีและทำร้ายโจทก์โดยการข่วนและกัด เมื่อกลับมาอยู่ประเทศไทยจำเลยสูบบุหรี่และเสพสุราทุกวันแล้วจะดุด่าโจทก์ว่าไอ้ลูกหมาตัวเมีย ลูกไม่มีพ่อ พวกดูดเครื่องเพศ ทั้งเคยกล่าวดูถูกเหยียดหยามบุพการีโจทก์ จำเลยเคยทำร้ายร่างกายโจทก์หลายครั้งใช้มือทุบต้นคอใช้ที่เขี่ยบุหรี่ทุบปลายเท้าขวาของโจทก์จนแตก และเคยตบหน้าโจทก์อย่างแรง

จำเลยชอบติดตามไปนั่งในห้องเรียนที่วิทยาลัยเอแบคซึ่งโจทก์เป็นอาจารย์สอนและตั้งคำถามที่ไม่สมควรต่อโจทก์ โจทก์ถูกรบกวนไม่สามารถทำงานทั้งที่วิทยาลัยและที่บ้านทำให้ขาดความเคารพนับถือจากเพื่อนและนักเรียน โจทก์ต้องการพาเด็กหญิงเจนจิราบุตรของโจทก์จำเลยไปอยู่ที่อื่น เห็นว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างว่าจำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์ หมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์และบุพการีโจทก์ โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเบิกความสนับสนุนคงมีแต่คำเบิกความของโจทก์ลอย ๆ ส่วนที่นายชวลิต หมื่นนุช พยานโจทก์อ้างว่าจำเลยเคยพูดด่าโจทก์ที่วิทยาลัยว่าไอ้หน้าตัวเมียนั้นนายชวลิตตอบคำถามค้านรับว่าเป็นเพียงได้ยินจากคำบอกเล่า ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้

คงมีแต่ข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างว่าจำเลยชอบเสพสุรา สูบบุหรี่และมีพฤติการณ์ติดตามรบกวน ควบคุมตัวโจทก์ขณะสอนหนังสือที่วิทยาลัยเอแบค โดยโจทก์มีเด็กหญิงเจนจิราบุตรสาวและนายแสงชัย แซ่ลี้ กับนายเฟรดเดอร์ริค ลีแบร์ แอเยอร์ซึ่งเป็นนักศึกษาและรองอธิการบดีของวิทยาลัยดังกล่าวตามลำดับเบิกความสนับสนุน แต่ก็ได้ความจากเด็กหญิงเจนจิราว่าจำเลยชอบเสพสุราและสูบบุหรี่เฉพาะในบ้านกับในรถยนต์ และได้ความจากนายเฟรดเดอร์ริคตรงกับเด็กหญิงเจนจิราว่า จำเลยมีความเข้าใจว่าโจทก์มีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่นในวิทยาลัยจึงเกิดความหึงหวง เมื่อคำนึงถึงประวัติของจำเลยที่มีบุตรอันเกิดจากสามีเดิม 2 คน สมรสอยู่กินกับโจทก์นานประมาณ 16 ปี

ปัจจุบันจำเลยอายุ 45 ปี โจทก์จำเลยต่างมีภาระเลี้ยงดูบุตรและบุตรบุญธรรมรวม4 คน อาจเป็นเหตุให้โจทก์เกิดความเบื่อหน่ายจนต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น และจำเลยนำสืบได้ว่าเมื่อประมาณ 3 ปีก่อนโจทก์ฟ้องคดีจำเลย ตรวจพบว่าโจทก์ได้สั่งจ่ายเช็คเอกสารหมาย ล.1 ให้นางรสรินคนฟิลิปปินส์กับเช็คเอกสารหมาย ล.4 ล.5 ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงให้นางสาวสุนันทาจากบัญชีเงินฝากของโจทก์จำเลยร่วมกัน โดยเฉพาะรายนางสาวสุนันทา มีหลักฐานภาพถ่ายหมาย ล.6 ถึง ล.9 แสดงถึงความใกล้ชิดสัมพันธ์กับโจทก์ ก็ย่อมทำให้จำเลยซึ่งอยู่ในภาวะเช่นนี้เกิดความหึงหวง คิดมากหวาดระแวง เสพสุรา สูบบุหรี่ ทะเลาะวิวาท ทั้งติดตามควบคุมโจทก์ในสถานที่ทำงาน เห็นว่า แม้พฤติการณ์ของจำเลยจะก่อให้โจทก์เกิดความเบื่อหน่ายอับอายในหมู่เพื่อนอาจารย์และนักศึกษา แต่ก็น่าจะเกิดจากความรักหึงหวงหวาดระแวงของจำเลยตามวิสัยสตรีเพศที่เป็นภริยาซึ่งอาจปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้

ถ้าโจทก์ไม่แสดงความรำคาญใจและฝักใฝ่ในสตรีอื่นให้ปรากฏประกอบกับในชั้นนี้เมื่อจำเลยไม่สมัครใจแยกหย่าตัดความสัมพันธ์ฉันสามีภริยากับโจทก์ ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2531 และตามพยานหลักฐานโจทก์ข้อเท็จจริงก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะกล่าวได้ว่าจำเลยประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชังเดือดร้อนเกินควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเรื่องการฟ้องหย่า ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1303/2568

จำเลยฎีกาว่า บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับครอบครัวตามเอกสารหมาย จ. 13 ข้อ 4 ความว่า "หากผู้ให้สัญญาทำร้ายร่างกายผู้รับสัญญา หรือบุคคลในครอบครัวคนหนึ่งคนใด ผู้ให้สัญญาขอสละสิทธิในสินสมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกันกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2109/2567

สิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูหาใช่เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฟ้องหย่าไม่ เมื่อฝ่ายภริยาคือจำเลยไม่ได้ทำงานประจำและมีรายได้ไม่แน่นอนย่อมเป็นฝ่ายที่ควรได้รับการอุปการะเลี้ยงดู แต่ไม่ได้รับการอุปการะเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2567

เหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่แยกกันอยู่เกินสามปีเท่านั้น ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นอีกคือ ต้องเป็นเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาด้วย ตามฟ้องโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4977/2565

จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญการพิเศษโดยยกฟ้องโจทก์ คดีมีประเด็นตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4969/2565

การเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า "เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้ร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้