Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดฐานค้าที่ดินโดยมิได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นความผิดที่รัฐเท่านั้นจะดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดเอกชนมิใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องร้องในความผิดส่วนนี้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 5 คนในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยใช้อุบายตั้งห้างหุ้นส่วนสหบัญชีจำเลยที่ 1 ขึ้นโดยให้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายและให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ และใช้อุบายหลอกลวงแถลงความเท็จโดยประกาศโฆษณาแก่ประชาชนให้มาซื้อและเช่าซื้อที่ดินจัดสรรของจำเลยที่ 1 ที่ตำบลหนองค้างพลู อำเภอหนองแขม จังหวัดธนบุรีทั้งระบบเงินสดและเงินผ่อนซึ่งความจริงแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่มีที่ดินจะจำหน่าย หรือให้เช่าซื้อเลย ประชาชนรวมทั้งโจทก์หลงเชื่อและโจทก์ได้ตกลงเช่าซื้อที่ดิน 1 แปลงเนื้อที่ 100 ตารางวา ราคา 5,900 บาทและซื้อที่ดิน 1 แปลงเนื้อที่ 60 ตารางวา ราคา 6,000 บาท โดยได้ชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาเรื่อยมาจนครบงวดสุดท้าย และได้จ่ายเงินค่าซื้อที่ดินแปลงหลังไปแล้วโดยจำเลยหลอกลวงว่าจะรีบออกโฉนดให้

ต่อมาโจทก์สงสัยในพฤติการณ์จำเลย จึงไปตรวจสอบหลักฐานห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 จึงทราบว่าได้จดทะเบียนเลิกกิจการไปแล้ว โดยร่วมกันแจ้งความเท็จต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ขอเลิกห้างหุ้นส่วนโดยว่าไม่มีหนี้สินเหลืออยู่อีกแล้วและได้แบ่งทรัพย์สินที่เหลือกันหมดสิ้นแล้ว เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานนายทะเบียนหลงเชื่อยอมจดทะเบียนเลิกให้ ซึ่งความจริงห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 ยังมีหนี้สินจะต้องชำระแก่โจทก์และประชาชนซึ่งถูกฉ้อโกงไปอีกมาก และจำเลยยังมีความผิดดำเนินการค้าที่ดินโดยไม่รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 342, 343, 137, 83 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 101, 111, 112ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดและสำเนาฟ้องให้จำเลยที่ 5 ไม่ได้ จึงสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 5 ชั่วคราวจำเลยทั้ง 4 คนให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

สำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งได้จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(1) สำหรับจำเลยที่ 2 ฟังว่าหลอกลวงโจทก์และประชาชนตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 3 และ 4 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจการนี้ พิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ให้จำคุกไว้ 3 ปี ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3, 4โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยยืนเกี่ยวกับจำเลยที่ 1, 3, 4 ส่วนจำเลยที่ 2 ฟังว่ากระทำไปโดยลำพังตนเอง มิได้ร่วมมือกับจำเลยคนอื่นและโจทก์มิใช่ผู้อ่อนแอทางจิต จึงมีความผิดตามมาตรา 343 วรรค 1 ไม่ใช่วรรค 2 ส่วนในข้อหาจำเลยที่ 2 ค้าที่ดินโดยไม่รับอนุญาตนั้นโจทก์มิใช่ผู้เสียหาย แต่เห็นว่าที่จำเลยที่ 2 รู้สึกผิดและพยายามบรรเทาผลร้าย

มีเหตุบรรเทาโทษพิพากษาแก้ให้ลงโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ คงให้เป็นไปตามศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยเฉพาะข้อกฎหมาย ซึ่งโจทก์มีสิทธิฎีกาขึ้นมาเท่านั้น สำหรับปัญหาในข้อที่ว่าสิทธิของโจทก์ในการฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งได้จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนไปแล้ว เป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(1) นั้น เห็นว่าเมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 มิได้ดำเนินการอย่างใดเลยจนกระทั่งจดทะเบียนเลิกไป ซึ่งเป็นการฟังว่ามิได้กระทำผิด ฉะนั้นฎีกาโจทก์ในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ส่วนฎีกาโจทก์ในปัญหาว่าโจทก์จะมีสิทธิฟ้องในข้อหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ฐานดำเนินการค้าที่ดินโดยไม่รับอนุญาตนั้น เห็นว่าโจทก์หาเป็นผู้เสียหายในการกระทำผิดส่วนนี้ไม่ หากเป็นเรื่องที่รัฐจะเป็นผู้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 เอง ฎีกาโจทก์ในข้ออื่น ๆ เป็นการฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถม สิริสาลี · ชิต บุณยประภัศร · โชค จารุจินดา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้