Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2315/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกล่าวถ้อยคำว่า หลวงพ่อวัดบึงและหลวงพ่อวัดธาตุใช้ประชาชนบังหน้าต่อต้านพระที่สุสาน เนื่องจากจำเลยไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้เสียหายที่ต้องการขับไล่พระภิกษุ ย. ออกไปจากป่าช้าแห่งหนึ่ง จึงได้พูดวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นตามความรู้สึกนึกคิดของตน ถ้อยคำที่พูดก็มิได้รุนแรงนักทั้งเป็นเรื่องของส่วนรวมซึ่งเกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วไปอันประชาชนย่อมมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้บังอาจพูดใส่ความพระครูไพโรจน์พัฒนกิจเจ้าอาวาสวัดบึงและพระครูบุญศิริโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุ ต่อหน้าบุคคลหลายคนว่า "หลวงพ่อวัดบึงและวัดธาตุใช้ประชาชนบังหน้าต่อต้านพระที่สุสานป่าช้า" ซึ่งหมายความว่า พระครูทั้งสองรูปดังกล่าวยุยงส่งเสริมสนับสนุนใช้ให้ประชาชน ขับไล่พระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งได้ธุดงค์มาพักอยู่ที่สุสานป่าช้าบ้านสนม ให้ออกไปจากเขตหมู่บ้านดังกล่าว ความจริงแล้วพระครูทั้งสองมิได้กระทำเช่นนั้น การกระทำของจำเลยน่าจะทำให้พระครูทั้งสองเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชังขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ ๔๑ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม๒๕๑๙ ข้อ ๗

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยได้กล่าวถ้อยคำตามฟ้องต่อหน้าบุคคลหลายคน แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต อันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคล อันเป็นวิสัยของประชาชนพึงกระทำ ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นฟังมาว่า มูลเหตุที่จะได้เกิดคดีนี้ขึ้นเนื่องจากได้มีพระภิกษุเยื้อนธุดงค์มาพักอยู่ที่ป่าช้าบ้านสนม พระครูไพโรจน์ฯ ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบึงและเจ้าคณะตำบลสนมไม่พอใจ เพราะพระภิกษุเยื้อนเป็นพระธรรมยุติเกรงว่าพระต่างนิกายเข้ามาอยู่พุทธบริษัทจะแตกความสามัคคีกัน จึงมีหนังสือแจ้งให้พระภิกษุเยื้อนออกไป พระภิกษุเยื้อนไม่ยอมออก ผู้เสียหายจึงมีหนังสือรายงานเจ้าคณะอำเภอขอให้ขับไล่พระภิกษุเยื้อนออกไปจากเขตอำเภอสนมการกระทำของผู้เสียหายจึงเกิดความไม่พอใจแก่ราษฎรชาวอำเภอสนมเป็นบางส่วนราษฎรจึงแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนผู้เสียหายให้ขับไล่พระภิกษุเยื้อน แต่อีกฝ่ายหนึ่งคัดค้าน

จนทางราชการต้องหาทางประนีประนอมเพื่อขจัดข้อขัดแย้งดังกล่าว โดยเรียกราษฎรมาประชุม ที่ประชุมตกลงให้รื้อเพิงออกจากป่าช้า ต่อมาในวันเกิดเหตุจำเลยเข้าไปนั่งในร้านกาแฟและขอหนังสือบันทึกเรื่องการย้ายเพิงออกจากป่าช้าซึ่งมีคนนำมาให้นายคีมเอาไปอ่าน แล้วจำเลยพูดต่อหน้าบุคคลอื่นว่า หลวงพ่อวัดบึงและหลวงพ่อวัดธาตุใช้ประชาชนบังหน้าต่อต้านพระที่สุสาน แล้ววินิจฉัยว่า เหตุที่จำเลยกล่าวถ้อยคำที่มีใจความเช่นนั้น ก็เนื่องจากจำเลยไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้เสียหายและบุคคลฝ่ายที่ต้องการให้ขับไล่พระภิกษุเยื้อนออกไปจากป่าช้าบ้านสนม เมื่ออ่านบันทึกที่ให้รื้อเพิงที่ป่าช้าออกจึงได้พูดวิพากวิจารณ์ขึ้นตามความรู้สึกนึกคิดของตน และถ้อยคำที่พูดก็ไม่ได้รุนแรงอะไรนักไม่น่าจะถึงกับทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นประชาชนชาวตำบลสนมก็รู้กันอยู่ทั่วไปทั้งกรณีไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผู้เสียหายเอง

หากแต่เป็นเรื่องของส่วนรวมซึ่งเกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วไป ประชาชนจึงย่อมมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ การที่จำเลยพูดวิจารณ์ไปเช่นนั้นจึงเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายชัชลิต ละเอียด
ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้