Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2314/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับของนายจ้างว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานได้กำหนดการคำนวณเงินสงเคราะห์ โดยถือหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าวให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายเป็นเกณฑ์คำนวณ เมื่อลูกจ้างถูกลงโทษทางวินัยลดขั้นอัตราเงินเดือน แล้วถูกสั่งให้ออกจากงานฐานหย่อนความสามารถ เงินเดือนเดือนสุดท้ายของลูกจ้างที่นำมาเป็นฐานคำนวณจ่ายเงินสงเคราะห์ก็ต้องถือตามเงินเดือนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับภายหลังลดขั้นอัตราเงินเดือนแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ เงินเดือนสุดท้าย ๓,๖๙๕ บาท ค่าครองชีพ ๓๐๐ บาท โจทก์ถูกสั่งให้ออกจากงาน จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ขาดไป ๑,๖๘๐ บาท และจ่ายเงินสงเคราะห์ขาดไป ๘,๙๖๐ บาท จึงขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ก่อนที่จำเลยจะให้โจทก์ออกจากงาน โจทก์กระทำผิดวินัยถูกลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น จากอัตราเงินเดือน ๓,๖๙๕ บาทเหลือเป็นอัตราเงินเดือน ๓,๔๑๕ บาท จำเลยจ่ายเงินสงเคราะห์และค่าชดเชยให้โจทก์ถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน ๑,๖๘๐ บาทแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่าเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่จะนำมาเป็นฐานในการคำนวณเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวมีจำนวนเดือนละเท่าใด ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นพนักงานรักษารถถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยฐานเสพสุราจนทำให้เกิดการขัดข้องหรือเสียหายแก่กิจการรถไฟ จำเลยตั้งกรรมการขึ้นเพื่อทำการสอบสวน ในที่สุดจำเลยได้มีคำสั่งลงโทษโจทก์โดยลดขั้นอัตราเงินเดือนตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๒๒ เป็นต้นไป คำสั่งนี้เป็นผลให้โจทก์ซึ่งรับเงินเดือนเดือนละ ๓,๖๙๕ บาท ต้องถูกลดลง ๑ ขั้น เหลือเดือนละ ๓,๔๑๕ บาท แต่ในระหว่างที่กรรมการของจำเลยทำการสอบสวนอยู่นั้นโจทก์ได้ลาป่วยเป็นเวลานานจนไม่มีสิทธิรับเงินเดือนระหว่างลา

ตั้งแต่วันที่๑๐ มิถุนายน ๒๕๒๔ ถึงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๔ กรณีโจทก์ลาป่วยเป็นเวลานานดังกล่าวนี้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นกับแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีความเห็นว่าควรให้โจทก์ออกจากงานฐานหย่อนความสามารถในร่างกายเพราะป่วย ซึ่งเมื่อได้มีคำสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือนโจทก์แล้วจำเลยจึงได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๒๔ ในคำสั่งดังกล่าวระบุว่าโจทก์ได้รับเงินเดือนเดือนละ ๓,๔๑๕ บาท

พิเคราะห์แล้ว ตามข้อบังคับคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๔๑ ว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานและคนงานประจำของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้รับเงินสงเคราะห์ตามสิทธิของตนที่มีอยู่ โดยกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินสงเคราะห์ไว้ในการคำนวณเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับดังกล่าวได้กำหนดให้นำพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญนั้น การคำนวณเงินบำเหน็จบำนาญให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายเป็นเกณฑ์คำนวณ ในการคำนวณเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวก็เช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ถูกลงโทษทางวินัยลดขั้นอัตราเงินเดือนแล้ว การลงโทษย่อมมีผลนับตั้งแต่วันที่ออกคำสั่ง

คือวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๒๔ จึงต้องถือว่าเงินเดือนโจทก์ถูกลดลงตั้งแต่วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๒๔ ฉะนั้นเงินเดือนเดือนสุดท้ายของโจทก์ที่จะนำมาเป็นฐานคำนวณจ่ายเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวต้องถือตามเงินเดือนที่โจทก์มีสิทธิได้รับภายหลังลดแล้วคือ ๓,๔๑๕ บาท ทั้งภายหลังที่มีคำสั่งลดขั้นเงินเดือนแล้ว จำเลยยังได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานหย่อนความสามารถ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๒๔ ตามคำสั่งดังกล่าวก็ระบุด้วยว่าโจทก์ได้รับเงินเดือน (ขณะออกจากงาน) ๓,๔๑๕ บาท เมื่อรูปคดีฟังได้เช่นนี้ ปัญหาว่าการคำนวณจ่ายเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวฐานในการคำนวณจะคิดอย่างเดียวกับค่าชดเชยหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายชลอ บุณยเนตรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2544

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2607/2541

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 ประกอบ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลแรงงานย่อมมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัย ว่า พยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้