คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 83, 288, 364, 365จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 364 ประกอบมาตรา 365 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่า ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 13 ปี 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาในข้อต่อไปว่า ลูกระเบิดดังกล่าวเป็นวัตถุระเบิดที่ผลิตขึ้นเอง มีส่วนผสมเป็นดินปืนไม่อาจทำให้ผู้ใดเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้นั้น เห็นว่า แม้ตามบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีอาญาจะระบุว่า พบสะเก็ด ระเบิดทำจากเศษเหล็กติดอยู่ที่ข้างรั้วบริเวณต้นฝรั่ง แต่เจ้าพนักงานตำรวจก็มิได้ยึดสะเก็ด
ระเบิดดังกล่าวเป็นของกลาง และส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดตรวจพิสูจน์ ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจทราบได้ว่า ลูกระเบิดที่จำเลยกับพวกขว้างมาที่หน้าบ้านของผู้เสียหายที่ 1 นั้น เป็นลูกระเบิดชนิดร้ายแรงเพียงใดหรือไม่จึงต้องอาศัยพยานหลักฐานในสำนวนเป็นเครื่องประกอบการวินิจฉัยปรากฏจากคำเบิกความของนายจรัญ จันทมัตตุการ แพทย์ผู้ตรวจชันสูตรบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ได้ความว่า ผู้เสียหายที่ 2มีบาดแผลเพียง 2 แห่ง ที่กลางหลังและที่ขาข้างซ้าย บาดแผลที่กลางหลังมีลักษณะถูกดินระเบิด บาดแผลกลมถลอกพอมีเลือดซึมเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ส่วนที่ขาข้างซ้ายบวมแดงสันนิษฐานว่าถูกของแข็งไม่มีคม บาดแผลดังกล่าวรักษา 7 วันหาย
ผู้เสียหายที่ 2 จึงได้รับอันตรายแก่กายเพียงเล็กน้อยทั้ง ๆ ที่ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ว่า จุดระเบิดอยู่ห่างจากผู้เสียหายที่ 2 เพียงประมาณ 2 เมตรหรือห่างเพียงประมาณ 2 ศอก ดังที่ผู้เสียหายที่ 2 เบิกความก็ได้ แสดงว่าวัตถุระเบิดที่จำเลยกับพวกใช้นั้น ไม่อาจทำให้ผู้เสียหายที่ 2ถึงแก่ชีวิตได้ แม้จำเลยกับพวกจะเล็งเห็นผลของการกระทำว่าสะเก็ด ระเบิดอาจทำให้ผู้อื่นถึงตายได้ แต่การกระทำของจำเลยกับพวกไม่สามารถจะบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำความผิด การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 81 และ 83 หาใช่มาตรา 288, 80 และ 83 ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่
คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม และศาลชั้นต้นก็ยกเอาคำให้การดังกล่าวขึ้นมารับฟังประกอบการวินิจฉัยคดีด้วยถือได้ว่าคำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นการให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ถึงแม้จำเลยจะมิได้ฎีกาปัญหาข้อนี้ขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจลดโทษให้จำเลยได้พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานพยายามฆ่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 81 และ 83 ให้จำคุก 6 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3