คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 83จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ปรับคนละ 500 บาทจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นาของนายจันทร์ ปัญจะจอม กับพวกอยู่ทางทิศเหนือของพนังกั้นน้ำพิพาท ส่วนที่นาของจำเลยอยู่ทางทิศใต้ของพนังกั้นน้ำดังกล่าว เป็นที่นาที่อยู่ในที่ลุ่มและพนังกั้นน้ำพิพาทอยู่ในเขตที่นาของจำเลย เวลามีน้ำมาก ๆ ที่นาของจำเลยจะถูกน้ำท่วมหมด หลังจากปี พ.ศ. 2512 เป็นต้นมา น้ำท่วมนาของจำเลยเพราะนายเจริญ หอมนาน กับพวกถมดินปิดทางระบายน้ำ จำเลยจึงร้องไปทางอำเภอ แต่ก็ไม่ได้กระทำการอย่างใด
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2516นายจันทร์ ปัญจะจอม กับพวกหล่อคอนกรีตทับพนังกั้นน้ำและปิดช่องระบายน้ำอีก ทำให้น้ำท่วมบริเวณที่นาจำเลยสูงถึง 1 เมตร จำเลยไม่อาจไถนาและดำนาได้ เมื่อเป็นเช่นนี้การที่จำเลยทุบทำลายพนังกั้นน้ำคอนกรีตดังกล่าว จึงเห็นได้ชัดว่าเพื่อให้มีทางระบายน้ำไหลออก มิให้น้ำท่วมนาจำเลย จำเลยเองก็ได้ดำเนินการทุกวิธีวิถีทางที่จะขจัดความเสียหายที่ได้รับโดยการร้องเรียนต่อทางอำเภอเชียงคำหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล จึงได้ทุบทำลายพนัง คอนกรีตดังกล่าวแต่ก็หาได้ทำลายทั้งหมดไม่โดยทำให้ขาดเป็นช่อง 3 ช่อง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมนาจำเลยเท่านั้น แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดก็เป็นการกระทำผิดด้วยความจำเป็น เพื่อให้ทรัพย์สินของตนเองพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ ทั้งการกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุจำเลยจึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67พิพากษายืน