คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาขายรถยนต์นั่งยี่ห้อปอนเตี๊ยกแก่โจทก์15,000 บาท โจทก์วางมัดจำไว้ 10,000 บาท จำเลยสัญญาจะโอนรถให้ภายใน 7 วัน ถึงกำหนดจำเลยไม่สามารถโอนรถให้โจทก์ ๆ จึงขอเลิกสัญญาและขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำจำเลยต่อสู้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ 15,000 บาท มอบรถฮิลแมนเป็นประกัน ต่อมากู้อีก 10,000 บาท มอบรถปอนเตี๊ยกเป็นประกันแล้วจำเลยชำระคืน 15,000 บาท โจทก์คืนรถปอนเตี๊ยกให้จำเลย ต่อมาโจทก์ยึดรถฮิลแมนโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์เพื่อใช้หนี้ที่จำเลยยังค้างอยู่ 10,000 บาท ความจริงโจทก์จะต้องคืนเงินให้จำเลยอีก 5,000 บาทวันชี้สองสถาน จำเลยรับว่าได้ทำสัญญาตามสำเนาท้ายฟ้องจริงแต่เป็นเรื่องจำเลยกู้เงินโจทก์เอารถยนต์ประกัน และจำเลยได้ชำระเงินกู้ให้โจทก์แล้ว โดยมีใบรับเงินแต่โจทก์ยังไม่ได้คืนสัญญาท้ายฟ้องให้จำเลยศาลชั้นต้นฟังว่าสัญญาซื้อขายเป็นนิติกรรมอำพราง
พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 10,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ฯลฯจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องที่จำเลยรับมีข้อความชัดว่า จำเลยได้ทำสัญญาขายรถยนต์ปอนเตี๊ยก และจำเลยรับมัดจำไว้แล้ว10,000 บาท ทั้งจำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีตามความใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้าย จำเลยจะนำสืบไม่ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน