Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกค่าปรับจากจำเลยที่ทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนแม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ว่าค่าปรับสูงเกินไปเมื่อศาลเห็นว่ามีเหตุสมควรลดค่าปรับก็ย่อมทำได้เพราะค่าปรับตามสัญญาประกันชั้นสอบสวนเป็นเบี้ยปรับจึงเป็นดุลพินิจของศาลที่มีอำนาจจะลดค่าปรับให้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา383

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ ฟ้อง ว่า จำเลย ได้ ทำ สัญญาประกัน ตัว ผู้ต้องหา ต่อ โจทก์โดย ตกลง ว่า หาก ผิดสัญญา ยินยอม ใช้ เงิน 60,000 บาท ต่อมา จำเลยผิดสัญญา ไม่ส่ง ตัว ผู้ต้องหา ตาม กำหนด ขอให้ บังคับ จำเลย ชำระ ค่าปรับจำนวน 60,000 บาท พร้อม ดอกเบี้ย อัตรา ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง ต่อ ปีนับแต่ วันที่ 15 สิงหาคม 2532 ถึง วันฟ้อง เป็น เงิน 9,862.50 บาท รวมเป็น เงิน ค่าเสียหาย ทั้งสิ้น จำนวน 69,862.50 บาท และ ดอกเบี้ย ใน อัตราดังกล่าว ใน ต้นเงิน 60,000 บาท นับแต่ วันฟ้อง เป็นต้น ไป จนกว่าชำระ เสร็จ แก่ โจทก์จำเลย ให้การ ขอให้ ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ จำเลย ชำระ ค่าปรับ จำนวน 60,000 บาทพร้อม ดอกเบี้ย อัตรา ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง

ต่อ ปี นับแต่ วันที่ 16 สิงหาคม2532 เป็นต้น ไป จนกว่า ชำระ เสร็จ แก่ โจทก์จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ จำเลย ชำระ เงิน จำนวน 30,000 บาทแก่ โจทก์ นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้นโจทก์ ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "ข้อเท็จจริง ฟัง เป็น ยุติ ได้ ใน เบื้องต้น ว่าจำเลย ได้ ทำ สัญญาประกัน ตัว นางสาว สมัย พาเทียม ผู้ต้องหา ใน ข้อหา ปลอม และ ใช้ เอกสารราชการ ปลอม โดย ทำ สัญญาประกัน ว่า หากผิดนัด ไม่นำ ตัว ผู้ต้องหา มา ส่ง ให้ โจทก์ ตาม กำหนด นัด ยอม ใช้ เงิน60,000 บาท จำเลย ผิดสัญญา ประกัน ไม่นำ ตัว ผู้ต้องหา มา ส่ง ตาม นัดมี ปัญหา ต้อง วินิจฉัย ตาม ฎีกา ของ โจทก์ ว่า

ศาลอุทธรณ์ มีอำนาจ ลด ค่าปรับให้ จำเลย หรือไม่ โดย โจทก์ ฎีกา ว่า จำเลย มิได้ ให้การ ต่อสู้ ไว้ ว่าค่าปรับ สูง เกิน ไป และ โจทก์ ฟ้อง เรียก เบี้ยปรับ ตาม ประมวล กฎหมาย แพ่งและ พาณิชย์ มิใช่ เป็น ค่าปรับ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา จำเลย ไม่สามารถ นำพยาน มา สืบ ว่า ได้ นำตัว ผู้ต้องหา ส่ง โจทก์ แล้ว ที่ ศาลอุทธรณ์ ลด ค่าปรับให้ จำเลย จึง ไม่ชอบ เห็นว่า การ ปล่อย ผู้ต้องหา หรือ จำเลย ชั่วคราวมี บัญญัติ ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แม้ จำเลย มิได้ ให้การต่อสู้ ไว้ ว่า ค่าปรับ สูง เกิน ไป เมื่อ ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า มีเหตุอันสมควรที่ จะ ลด ค่าปรับ ลง ก็ ย่อม กระทำ ได้ เพราะ ค่าปรับ ตาม สัญญาประกันผู้ต้องหา

ชั้นสอบสวน เป็น เบี้ยปรับ จึง เป็น ดุลพินิจ ของ ศาลอุทธรณ์ที่ มีอำนาจ จะ ลด ค่าปรับ ให้ ได้ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 383 ไม่ ขัด ต่อ กฎหมาย ดัง ที่ โจทก์ ฎีกา สำหรับ กรณี นี้ ปรากฏตาม คำเบิกความ ของ พันตำรวจโท วิชัย ชุ่มจินดา ตาม เอกสาร หมาย ล. 5 ว่า หลังจาก ผิดสัญญา ประกัน แล้ว จำเลย ได้ ส่งตัว ผู้ต้องหา ให้ แก่พนักงานสอบสวน ย่อม ส่อ แสดง ว่า จำเลย ได้ พยายาม ขวนขวาย ติดตามนำตัว ผู้ต้องหา ส่งมอบ ให้ พนักงานสอบสวน และ เมื่อ พิจารณา ถึง ว่าผู้ต้องหา ที่ จำเลย ทำ สัญญาประกัน ไว้ ต้อง หา ว่า กระทำ ความผิดฐาน ปลอม และ ใช้ เอกสารราชการ ปลอม ซึ่ง มี โทษ ไม่ สูง มาก การ ที่ศาลอุทธรณ์ ลด ค่าปรับ ให้ จำเลย นั้น ชอบแล้ว ฎีกา ของ โจทก์ ฟังไม่ขึ้น "

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ คำอ่อน · สมภพ โชติกวณิชย์ · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 548/2505

ในกรณีผิดสัญญาประกันที่ทำไว้ชั้นอัยการ โดยไม่ส่งผู้ต้องหาตามกำหนดนั้น เมื่ออัยการฟ้องขอให้ศาลบังคับให้นายประกันชำระค่าปรับหากคดีปรากฏพฤติการณ์และเหตุผลตามสมควรแล้วศาลจะพิพากษาลดค่าปรับนายประกันให้รับผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6779/2567

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ภายหลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียว จำเลยเป็นฝ่ายส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ โดยสัญญาเช่าซื้อมิได้มีข้อตกลงใดให้สิทธิจำเลยผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาด้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4836/2567

การที่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรก ต่อมาจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2566

การที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญากู้ยืมตกลงกันเป็นหนังสือให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระไม่น้อยกว่าหนึ่งปีทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้น เป็นข้อตกลงที่มีผลใช้บังคับได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1101/2566

โจทก์เรียกให้จำเลยทั้งหกชําระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ภายหลังจากจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชําระหนี้แก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์อาศัยข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตามคําขอสินเชื่อ คําขอสินเชื่อธุรกิจ ประ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้