Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีที่มีการอุทธรณ์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัย ข้อกฎหมายนั้นๆ ศาลอุทธรณ์ต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยของ ศาลชั้นต้น แต่ถ้าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมายศาลอุทธรณ์มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดไปตามนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(3)(ก) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจถือเอาข้อเท็จจริงตาม คำพิพากษาคดีแพ่งมาผูกพันโจทก์ในคดีอาญาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยศาลชั้นต้นชอบที่จะวินิจฉัยพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไว้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพื่อประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณานั้น เท่ากับโจทก์อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดไปตามนั้นได้ ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่าเอกสารสัญญากู้ที่จำเลยใช้เป็นหลักฐานฟ้องเรียกเงินกู้จากโจทก์ในคดีแพ่งเป็นเอกสารที่แท้จริงแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานแสดงหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 นั้น เป็น การยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ใน ปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193ทวิ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง คือโจทก์กู้เงินจำเลย 10,000 บาท โจทก์และภรรยาลงชื่อในช่องผู้กู้ในแบบพิมพ์สัญญากู้โดยไม่ได้กรอกข้อความและไม่มีผู้ใดลงชื่อในช่องพยาน ต่อมาจำเลยได้กรอกข้อความลงในแบบพิมพ์สัญญากู้ในช่องจำนวนเงินเป็น 10,000 บาทและลงชื่อพยานด้วย 2 คน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนความจริง แล้วจำเลยนำสัญญากู้ดังกล่าวไปยื่นฟ้องโจทก์ ศาลให้โจทก์ชำระเงินตามจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยทำให้โจทก์เสียหาย และจำเลยได้เบิกความในคดีดังกล่าวอันเป็นเท็จว่าโจทก์ขอกู้เงินจำเลย 100,000 บาท ให้นางสาวจรัสศรี เป็นผู้กรอกข้อความ และนางสาวจรัสศรีลงชื่อเป็นพยานกับนางสาวปราณี ความจริงโจทก์กู้เงินจำเลยเพียง 10,000 บาทโดยไม่ได้กรอกข้อความใด

ๆ และไม่มีพยานลงชื่อ และต่อมาโจทก์นำเงิน 10,000 บาทไปใช้จำเลยแล้ว คำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญทำให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ชำระเงิน 100,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย ทำให้โจทก์เสียหาย และจำเลยบังอาจเสนอสัญญากู้ดังกล่าวอันเป็นเท็จต่อศาลซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญในคดี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 177, 180, 264 และ 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์อุทธรณ์ในข้อกฎหมายแต่ศาลอุทธรณ์กลับไปวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์มิชอบ เห็นว่า กรณีที่มีการอุทธรณ์แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายการวินิจฉัยข้อกฎหมายนั้น ๆ ศาลอุทธรณ์ต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 194 แต่ถ้าปรากฏว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมายศาลอุทธรณ์ก็ยังมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดไปตามนั้นได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(3)(ก) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 กรณีคดีนี้เมื่อโจทก์อุทธรณ์อ้างว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจถือเอาข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีแพ่งมาเป็นผลให้ผูกพันโจทก์ในคดีอาญาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยศาลชั้นต้นชอบที่จะวินิจฉัยพยานหลักฐานตามที่โจทก์นำสืบไว้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพื่อประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา จึงเท่ากับโจทก์อ้างว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์จึงชอบที่จะอาศัยอำนาจตามบทกฎหมายดังกล่าวฟังข้อเท็จจริงใหม่แล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดไปตามนั้นได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่า เอกสารสัญญากู้ที่จำเลยใช้เป็นหลักฐานฟ้องเรียกเงินกู้จากโจทก์ในคดีแพ่งไม่ใช่เป็นเอกสารปลอม คดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงชอบแล้วส่วนที่โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกประการหนึ่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาว่าจำเลยแสงดหลักฐานเท็จในการพิจารณาคดีโดยอาศัยข้อกฎหมาย อุทธรณ์โจทก์ที่ขอให้ประทับฟ้องในข้อหานี้จึงไม่ต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะรับไว้วินิจฉัยนั้น เห็นว่า ในความผิดฐานแสดงหลักฐานเท็จในการพิจารณาคดีแพ่งตามฟ้องโจทก์นั้น

เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเอกสารสัญญากู้ที่จำเลยใช้เป็นหลักฐานฟ้องเรียกเงินกู้จากโจทก์ในคดีแพ่งเป็นการเอกสารที่แท้จริง ไม่ใช่เอกสารปลอม แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับความผิดฐานนี้ด้วย ถือได้ว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดฐานนี้ เพราะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ จึงเป็นการวินิจฉัยที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้