Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2300/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 วรรคสอง กฎหมาย ใช้คำว่า "ต้องฟ้องภายในหนึ่งปี" เป็นบทบังคับเรื่องกำหนดเวลาสำหรับฟ้องหากไม่ฟ้องภายในกำหนดเวลาดังกล่าวก็หมดสิทธิฟ้องคือโจทก์ย่อมหมดสิทธิครอบครอง ที่พิพาทเมื่อหมดสิทธิครอบครองเสียแล้วอำนาจฟ้องเรียกคืนที่พิพาทก็ไม่มีฉะนั้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 1375 จึงเป็นระยะเวลาให้ สิทธิฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินมือเปล่าไม่ใช่เรื่องอายุความ เพราะอายุความนั้นเป็นเรื่องขณะฟ้องสิทธิเรียกร้องยังมีอยู่แต่ไม่ใช้สิทธินั้นบังคับเสียภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงขาดอายุความห้ามมิให้ฟ้องร้อง เมื่อเป็น สิทธิฟ้องร้อง โจทก์จะมีสิทธิฟ้องหรือไม่ ย่อมเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นอ้างเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา142(5)จำเลยไม่จำต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่า 1 แปลง เนื้อที่ 20 ไร่เศษ จำเลยที่ 1 ได้บุกรุกเข้ารบกวนการครอบครองโดยยกร่องปลูกอ้อยลงในที่ดินซึ่งโจทก์ได้ไถปรับไว้ก่อนแล้ว เนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ ทำให้โจทก์เสียหายและการที่จำเลยที่ 2 อ้างว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 นั้น ทำให้โจทก์เดือนร้อนขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองมิให้ขัดขวางการครอบครองที่ดินจำนวน 14 ไร่ของโจทก์อีกต่อไปจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยบุกรุกเข้ารบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์ ที่ดินแปลงนี้ศาลฎีกาพิพากษาว่าเป็นที่ดินของจำเลยที่ 2 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41/2521 (ที่ถูกเป็นคำพิพากษาฎีกาที่ 41/2511) จำเลยที่ 1เข้าทำกินในที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินของจำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามจำเลยทั้งสองมิให้ขัดขวางการครอบครองที่ดินจำนวน 14 ไร่ของโจทก์อีกต่อไปจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่าโจทก์นำสืบได้อย่างชัดแจ้งว่า ในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในระหว่างแจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ห้ามทุกฝ่ายคือโจทก์จำเลยเข้าทำกินในที่ดินพิพาทจึงถือได้ว่าขณะโจทก์ จำเลยเป็นความกันในคดีอาญา ที่พิพาทอยู่ว่างเปล่าไม่มีฝ่ายใดครอบครองนั้น เห็นว่า คำสั่งห้ามของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวไม่มีกฎหมายรับรองให้ถือว่าที่พิพาทอยู่ว่างเปล่าดังโจทก์ฎีกา ต้องพิจารณาตามความเป็นจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่ดินของโจทก์เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2519

โจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน2522 โจทก์มิได้ฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงดังกล่าว ศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยแล้ว เป็นข้อเท็จจริงที่แสดงว่าโจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทอันเป็นที่ดินมือเปล่าเกินหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง ที่โจทก์ฎีกาต่อไปว่าในระหว่างที่โจทก์จำเลยเป็นความกันในคดีอาญานั้นจะเอามาเป็นระยะเวลาแห่งอายุความหาได้ไม่นั้น เห็นว่าการฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 วรรคสอง บัญญัติว่า "การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง"

จะเห็นว่ากฎหมายใช้คำว่า "ต้องฟ้องภายในหนึ่งปี" เป็นบทบังคับเรื่องกำหนดเวลาสำหรับฟ้อง หากไม่ฟ้องภายในกำหนดเวลาดังกล่าวก็หมดสิทธิฟ้องคือ โจทก์หมดสิทธิครอบครองที่พิพาท เมื่อหมดสิทธิครอบครองเสียแล้ว อำนาจฟ้องเรียกคืนที่พิพาทก็ไม่มี ฉะนั้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 1375 จึงเป็นระยะเวลาให้สิทธิฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินมือเปล่าไม่ใช่เรื่องอายุความดังโจทก์ฎีกา เพราะอายุความนั้นเป็นเรื่องขณะฟ้องสิทธิเรียกร้องยังมีอยู่แต่ไม่ใช้สิทธินั้น บังคับเสียภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงขาดอายุความห้ามมิให้ฟ้องร้อง เมื่อการฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินมือเปล่าเป็นสิทธิฟ้องร้องดังวินิจฉัยแล้ว โจทก์มีสิทธิฟ้องหรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นอ้างเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(5) จำเลยไม่จำต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นทุกข้อพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยนต์ พิรวินิจ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้