Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2299/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับการทำงานของจำเลยกำหนดว่า พนักงานต้องอุทิศเวลาให้แก่บริษัทฯ ไม่มาสายหรือกลับก่อนเวลาทำงาน หรือหลับในเวลาปฏิบัติงานหรือปฏิบัติงานล่าช้าโดยเจตนาหรือหลีกเลี่ยงการทำงาน ฯลฯ ดังนั้น การที่โจทก์ใช้เวลาทำงานประกอบธุรกิจส่วนตัวย่อมถือว่าปฏิบัติงานล่าช้าโดยเจตนาและหลีกเลี่ยงการงานอยู่ในตัวแล้ว โจทก์จึงได้ชื่อว่าไม่อุทิศเวลาให้แก่นายจ้าง เมื่อไม่ปรากฏว่าการประกอบธุรกิจส่วนตัวของโจทก์เกิดขึ้น ก่อนหรือหลังจากที่จำเลยเพิ่มค่าจ้างให้โจทก์แล้ว จึงไม่อาจถือเอาการเพิ่มค่าจ้างเป็นข้อยกเว้นว่าการประกอบธุรกิจส่วนตัวในเวลาทำงานไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงาน เพราะการจะพิจารณาว่านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ ต้องพิจารณาว่าการเลิกจ้างนั้นมีสาเหตุอันควรหรือไม่ หากนายจ้างเลิกจ้างโดยปราศจากสาเหตุหรือเป็นการกลั่นแกล้งลูกจ้าง การเลิกจ้างนั้นจึงจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ใช้เวลาทำงานประกอบธุรกิจส่วนตัวภายในสำนักงาน เป็นเหตุให้พนักงานอื่นต้องหยุดการทำงานเพื่อเลือกสรรเครื่องประดับที่โจทก์นำมาเสนอขายการกระทำของโจทก์ถือได้ว่ากระทำการอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 จำเลยเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การกระทำของโจทก์ดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) การที่โจทก์แนะนำคนรู้จักหรือญาติพี่น้องเข้าสมัครทำงานกับจำเลยแล้วคัดเลือกใบสมัครเฉพาะพรรคพวกของโจทก์ส่งไป ทั้งที่มีผู้สมัครหลายราย แต่โจทก์แจ้งว่ามีผู้สมัครเฉพาะเท่าที่โจทก์ส่งไป เป็นการตัดโอกาสที่จำเลยจะคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมได้ แม้โจทก์จะได้รับความยำเกรงจากผู้ที่ได้รับคัดเลือกและเป็นการสร้างสมบารมีก็ไม่ใช่เป็นผลประโยชน์ในเชิงทรัพย์สินการกระทำของโจทก์หาเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(1) ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 582 ป.พ.พ. มาตรา 583 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานโดยอ้างว่าโจทก์ประกอบธุรกิจส่วนตัวภายในสำนักงาน ใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และไม่บอกกล่าวล่วงหน้าขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยค่าค้างชำระค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์ทุจริตใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่คัดเลือกเฉพาะบุคคลที่คุ้นเคยกับโจทก์เข้าทำงานในบริษัทจำเลยด้วยการปกปิดข้อเท็จจริงว่าไม่มีบุคคลอื่นสมัครเข้าทำงาน ทั้งที่โจทก์สามารถคัดเลือกจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและเหมาะสมกว่า บุคคลที่โจทก์คัดเลือกเข้าทำงานในบริษัทจำเลยส่วนใหญ่เป็นผู้หย่อนความสามารถในการทำงาน

ประพฤติตัวกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาทำให้การบริหารงานของจำเลยไม่ราบรื่นและก่อให้เกิดความแตกสามัคคีในหมู่พนักงานและโจทก์ทุจริตแก้ไขข้อมูลใบสมัครเข้าทำงานกับจำเลยเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบแก่ตนเอง อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ร้ายแรง เป็นการจงใจทำให้จำเลยเสียหาย โจทก์ใช้เวลาทำงานตามปกติประกอบธุรกิจส่วนตัวภายในสำนักงานโดยจำหน่ายเครื่องทองรูปพรรณ นำญาติมารับจ้างตัดเสื้อผ้าเป็นอาจิณ เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในการทำงานอย่างร้ายแรงจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินใด ๆ ดังฟ้องศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อบังคับของจำเลยกำหนดไว้ว่าพนักงานต้องอุทิศเวลาให้แก่บริษัทฯ

ไม่มาสายหรือกลับก่อนเวลาทำงาน หรือหลับในเวลาปฏิบัติงาน หรือปฏิบัติงานล่าช้าโดยเจตนา หรือหลีกเลี่ยงหน้าที่การงาน หรือหยอกล้อเล่นในระหว่างทำงาน ดังนั้นการที่โจทก์ใช้เวลาทำงานประกอบธุรกิจส่วนตัวย่อมถือว่าปฏิบัติงานล่าช้าโดยเจตนาและหลีกเลี่ยงการงานในตัวอยู่แล้ว โจทก์จึงได้ชื่อว่าไม่อุทิศเวลาให้แก่จำเลยผู้เป็นนายจ้าง จึงเป็นการผิดวินัย การประกอบธุรกิจส่วนตัวของโจทก์ดังกลาวไม่ปรากฏว่าเกิดขึ้นก่อนหรือหลังจากที่จำเลยเพิ่มค่าจ้างให้โจทก์แล้ว จะถือว่าการเพิ่มค่าจ้างเป็นข้อยกเว้นว่าการประกอบธุรกิจส่วนตัวในเวลาทำงานไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานหาได้ไม่ การพิจารณาว่านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่

ต้องพิจารณาว่าการเลิกจ้างนั้นมีสาเหตุอันควรหรือไม่หากนายจ้างเลิกจ้างโดยปราศจากสาเหตุ หรือเป็นการกลั่นแกล้งลูกจ้าง การเลิกจ้างนั้นจึงจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์คดีนี้ถือไม่ได้ว่าไม่เป็นธรรมโจทก์เป็นพนักงานระดับผู้บังคับบัญชา ต้องอุทิศเวลาให้นายจ้างต้องประพฤติตนเป็นตัวอย่างแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา อบรมผู้ใต้บังคับบัญชาให้ประพฤติดีตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน แต่โจทก์กลับใช้เวลาทำงานประกอบธุรกิจส่วนตัวภายในสำนักงาน การกระทำของโจทก์เป็นเหตุให้พนักงานอื่นต้องหยุดการทำงานเพื่อเลือกสรรเครื่องประดับและต่อรองราคา การประพฤติตัวของโจทก์ดังกล่าวถือได้ว่ากระทำการอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 จำเลยเลิกจ้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าการที่โจทก์แนะนำคนรู้จักหรือญาติพี่น้องเข้าสมัครทำงาน แล้วคัดเลือกใบสมัครเฉพาะพรรคพวกของโจทก์ เป็นการตัดโอกาสที่จำเลยจะคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมได้

แม้โจทก์ไม่ได้ผลประโยชน์อันใดตอบแทน แต่โจทก์ได้รับความยำเกรงจากผู้ที่ได้รับคัดเลือกและเป็นการสร้างสมบารมี ความยำเกรงและการสร้างสมบารมีที่โจทก์ได้รับดังกล่าวไม่ใช่ผลประโยชน์ในเชิงทรัพย์สิน การกระทำของโจทก์หาเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(1) ไม่การประกอบธุรกิจส่วนตัวของโจทก์ในสำนักงานยังไม่ถึงขั้นเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)โจทก์มีคำขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยสำหรับค่าชดเชย แต่ศาลแรงงานกลางไม่ได้พิพากษาให้ ศาลฎีกาแก้ไขให้เป็นการถูกต้องได้พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นค่าชดเชยด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13524/2557

โจทก์เป็นพนักงานการเงินของจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ดำเนินการนำเงินค่าไฟฟ้าที่เก็บมาได้ฝากเข้าบัญชีของจำเลยในธนาคารด้วยตนเอง ให้ถูกต้องตามระเบียบการปฏิบัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8570/2548

แม้ศาลแรงงานจะฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (3) แต่เมื่อจำเลยมิได้ระบุเหตุดังกล่าวไว้ในหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5780/2537

ข้อความในเอกสารที่เป็นปัญหา นอกจากจะมีคำรับของลูกจ้างว่ามาทำงานสายอันเป็นการกระทำฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างแล้ว ลูกจ้างยังให้สัญญาว่าจะไม่มาทำงานสายอีก หากไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการสอบสวนจะได้พิจาร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 23938)

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46ฉบับ ที่ 6 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2521 ที่ใช้ บังคับอยู่ขณะเกิดเหตุมุ่งประสงค์จะให้มีหลักฐานเป็นหนังสือโดย แจ้งชัดระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างว่านายจ้างประ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้